Archives (page 2 of 3)

เรื่องย่อ ลำนำทะเลทราย (Sound of the Desert) ตอนที่ 6

เนื้อหาของบทเพลงเป็นการเผยความในใจของหญิงสาวหมายให้ชายที่ตนรักรับรู้และยอมรับรัก แม้จินอวี้จะฝึกเป่าเพลงนี้มานาน แต่คุณกลับตื่นเต้นจนมือสั่นเพราะนั่นคือความในใจที่คุณอยากบอกท่านเก้า ครั้นพอเป่าจบต่างคนต่างนิ่งเงียบไปชั่วขณะ ท่านเก้ารู้ความหมายของเพลงนี้ดีและเข้าใจเจตนาของจินอวี้ แต่เขากลับทำลายความเงียบด้วยการบอกเพียงว่าเป็นเพลงที่ไพเราะแต่คุณยังเป่าได้ไม่ดี พูดจบเขาก็ไล่ให้คุณกลับบ้านโดยบอกว่าค่ำแล้ว จินอวี้รู้สึกเจ็บแปลบที่ใจหลังถูกปฏิเสธ คุณส่งสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามให้เขาแต่เขากลับแกล้งทำเป็นไม่เห็นและไม่สนใจคุณอีก จินอวี้รอดูครู่หนึ่งว่าเขาจะหันกลับมาหาคุณไหม แต่สุดท้ายก็ต้องยอมแพ้และเดินจากไปเงียบๆ ครั้นพอเดินไปถึงหน้าประตูคุณเพิ่งจะรู้สึกตัวว่าตนเองหยิบขลุ่ยติดมือมาด้วยจึงนำขลุ่ยกลับไปวางคืนบนโต๊ะ ปรากฏว่าคุณเผลอกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อทำให้มีเลือดออก ขลุ่ยจึงพลอยแปดเปื้อนเลือดของคุณ

จินอวี้เดินออกจากคฤหาสน์สือเหมือนร่างไร้วิญญาณ คำพูดของท่านเก้ายังคงวนเวียนอยู่ในหัว คุณรู้สึกสับสนระคนสงสัยว่า ในเมื่อท่านเก้าไม่มีใจแล้วเขาคอยเป็นห่วงเป็นใยและทำดีกับคุณทำไม จินอวี้เดินเหม่อลอยไปตามถนนท่ามกลางบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลองวันปีใหม่ คุณไม่รู้สึกตัวด้วยซ้ำว่าสะเก็ดประทัดกระเด็นมาถูกกระโปรง รู้สึกตัวอีกทีไฟก็เริ่มลุกไหม้ ทันใดนั้นก็มีใครคนหนึ่งช่วยดับไฟให้คุณและเขาคนนั้นก็คือฮั่วชวี่ปิ้ง เขาเห็นคุณกำลังเศร้าหมองจึงพาขึ้นเกี้ยวไปฉลองปีใหม่ในค่ายทหารของกองกำลังอวี่หลิน หลังจินอวี้ซึ่งคอไม่แข็งดื่มเหล้าจนเมาปลิ้น ฮั่วชวี่ปิ้งจึงพาคุณไปส่งที่เรือนหยกโปรย จินอวี้นึกว่าเขาคือท่านเก้าเลยคว้าแขนเสื้อเขาไว้ไม่ยอมให้กลับและถามว่าทำไมถึงดีกับตน หากเขาไม่เหลียวแลตน ตนคงไม่ทุกข์ทรมานถึงเพียงนี้  เมื่อจินอวี้ผลอยหลับไปฮั่วชวี่ปิ้งจึงบอกให้หงกูตัดเล็บจินอวี้เพื่อให้ที่คุณจะได้ไม่รังแกตัวเองอีก

จินอวี้ทนความนึกถึงท่านเก้าไม่ไหวแต่ไม่กล้าสู้หน้าจึงแอบปีนหลังคาบ้านที่อยู่ตรงผ่านคฤหาสน์สือแล้วแอบมองเรือนไผ่ของท่านเก้าทั้งคืนถึงแม้ว่าจะเห็นเพียงแสงตะเกียงก็ตาม พอลงจากหลังคาตอนรุ่งสาง จินอวี้ก็รู้สึกสะดุ้งเมื่อพบฮั่วชวี่ปิ้งยืนจ้องอยู่ หลังจากวันนั้นจินอวี้ก็ติดต่อกับท่านเก้าผ่านนกพิราบสื่อสารดังเดิมโดยแกล้งทำเป็นขอเทียบยาประหนึ่งว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ปรากฏว่าท่านเก้าตอบกลับมาด้วยถ้อยคำที่แฝงไปด้วยความอ่อนโยนและห่วงใยดังเดิม ฮั่วชวี่ปิ้งจะไปปราบเผ่าซงหนูในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้าจึงแวะมาถามจินอวี้ว่าอยากกลับแดนซีอวี้ (ตะวันตก) กับตนไหม เมื่อจินอวี้บอกว่ายังไม่อยากกลับเขาก็รู้สึกผิดหวัง ถึงกระนั้นจินอวี้ก็รับปากว่าจะไปส่งตอนเขาเคลื่อนทัพออกจากเมือง

เรื่องย่อ สาวน้อยจ้าวพายุ (The Whirlwind Girl) ภาคแรก ตอนที่ 5

ณ โรงฝึกเฉวียนเซิ่ง เซี่ยงหนานยังคงนั่งดื่มเหล้าและเบียร์ด้วยหัวใจที่บอบช้ำหลังได้ชมการถ่ายทอดสด ปรากฏว่าในตอนนั้นเหล่าผู้ปกครองต่างพากันมาตามลูกของตนกลับบ้าน เพราะไม่ต้องการให้มาเป็นศิษย์ของโรงฝึกเฉวียนเซิ่ง (ซึ่งเซี่ยงหนานเคยเป็นผู้ฝึกสอน และยังคงอาศัยอยู่ที่นี่) แต่เด็กๆ อยากเรียนหยวนอู่เต้าเลยพากันร้องระงม เซี่ยงหนานเห็นดังนั้นเลยเดินออกมาดู เมื่อเด็กๆ เห็นเซี่ยงหนานก็พากันขว้างปาก้อนหินใส่ด้วยความโกรธแค้น ไป๋เฉ่ามาเห็นเข้าพอดีจึงรีบห้ามปราม เด็กๆ แย้งว่าเซี่ยงหนานทำให้ถิงฮ่าวอดเป็นแชมป์ จากนั้นก็พากันขว้างปาก้อนหินต่อ ไป๋เฉ่าเลยรีบเอาตัวบังหินให้อาจารย์ หลังทำกระจกแตกและข้าวของเสียหายแล้ว เด็กๆ จึงรีบแยกย้ายกลับบ้าน

ไป๋เฉ่ารีบสำรวจร่างกายอาจารย์ด้วยความเป็นห่วงและปลอบว่าอย่าไปฟังเรื่องเหลวไหลไร้สาระ เพราะสิ่งที่เกิดกับถิงฮ่าวไม่เกี่ยวกับอาจารย์เลยสักนิด คุณช่วยเก็บเศษกระจกที่แตกกระจายเกลื่อนพื้นก่อนลงมือทำอาหารบำรุงสุขภาพให้อาจารย์ทานทั้งที่ทำกับข้าวไม่เป็น  เซี่ยงหนานเห็นกับข้าวความสามารถไป๋เฉ่าแล้วถึงกับอึ้ง เมื่อลองชิมดูแล้วยิ่งพูดไม่ออกเพราะรสชาติเค็มปี๋จนต้องคายทิ้ง เมื่อถึงเวลากลางคืนไป๋เฉ่านำขวดพลาสติกมาซ้อมเตะและบริหารร่างกายด้วยการยืดเหยียดกล้ามเนื้อตามลำพัง (กับตุ๊กตาตัวโปรดชื่อ "เสี่ยวเฉ่า") ตลอดหลายปีที่ผ่านมาไป๋เฉ่าไม่เคยร่วมการฝึกซ้อมกับทางโรงฝึกในฐานะศิษย์ (แต่เซี่ยงหนานเคยสอนให้คุณเป็นการส่วนตัวก่อนเกิดเหตุ ซึ่งตอนนั้นคุณยังเด็ก) คุณจึงได้แต่เตรียมความพร้อมให้ร่างกายเพื่อให้รอโอกาสที่จะได้ฝึกฝน โดยหวังว่าสักวันจะเป็นยอดนักกีฬาหยวนอู่เต้าเหมือนอาจารย์

ณ โรงฝึกเฉวียนเซิ่ง ศิษย์สาวสามคนฟ้องครูฝึก "เจิ้งเยวียนไห่" ว่ามีเด็กใหม่ถูกพ่อแม่ลากตัวกลับบ้านเพราะเซี่ยงหนานอีกห้าคนแล้ว พวกคุณรู้สึกเป็นกังวลใจเพราะการแข่งขันระหว่างโรงฝึกกำลังจะเริ่มขึ้นในไม่ช้า แต่พวกตนยังมีคนไม่มากพอแม้กระทั่งทำทีมเชียร์ด้วยซ้ำ อาจารย์เจิ้งกล่าวอย่างไม่แยแสว่าเด็กพวกนั้นความสามารถแค่พอไปวัดไปวา ศิษย์คนหนึ่งยุให้อาจารย์เจิ้งไล่เซี่ยงหนานออกจากโรงฝึกโดยบอกว่าเขาเป็นแค่ยามเฝ้าประตู (ที่พักของเขาอยู่รอบๆประตูใหญ่) แต่กลับทำให้พวกตนไม่อาจเดินเชิดหน้าได้อย่างมีเกียรติและศักดิ์ศรี ศิษย์อีกคนโวยว่าเวลาไปโรงเรียนพวกตนรู้สึกอับอายขายหน้าศิษย์ของโรงฝึกอื่น ซ้ำยังโดนเยาะเย้ยถากถางเป็นประจำ  อาจารย์เจิ้งจึงกล่าวว่าอย่าหาข้ออ้างมาแก้ตัวและอย่าดีแต่โทษคนอื่น เพราะถ้าหากสามสาวมีความสามารถจริง เวลาคนอื่นกล่าวถึงโรงฝึกเฉวียนเซิ่งคงเอ๋ยถึงพวกคุณแทนที่จะเอ่ยถึงเซี่ยงหนาน

เมื่อถูกลูกศิษย์ตัดพ้อ อาจารย์เจิ้งจึงกล่าวว่าเซี่ยงหนานเป็นศิษย์พี่ตน ตนจึงไม่อาจลบหลู่เขา ศิษย์คนหนึ่งชักเริ่มเห็นด้วย คุณกล่าวว่าอาจารย์เจิ้งเป็นคนจิตใจดี และการเลี้ยงคนเพิ่มอีกปากไม่ถึงกับทำให้โรงฝึกของพวกตนล่มจม ศิษย์ที่เหลือแย้งว่าไม่ใช่แค่ปากเดียวแต่ยังมีลูกศิษย์ของเซี่ยงหนานอย่างไป๋เฉ่ากับบุตรสาวของเขาด้วย กวงหย่าซึ่งกำลังฝึกซ้อมอยู่ได้ยินดังนั้นก็ทำหน้าเศร้า ครั้นได้ยินหนึ่งในสามสาวแก้ตัวแทนว่าคุณตัดขาดจากเซี่ยงหนานแล้วและอยู่ในความดูแลของอาจารย์เจิ้ง กวงหย่าก็รู้สึกดีขึ้น

เรื่องย่อ อัศวินรักข้ามเวลา (The Black Knight) ตอนที่ 8

แฮราจำซูโฮไม่ได้ คุณจึงพยายามผูกมิตรกับเขาหมายทำภารกิจของบริษัทให้สำเร็จ ครั้นเห็นซูโฮทำตัวไม่ถูก คุณก็นึกถึงคำพูดของเพื่อให้นร่วมงานที่บอกว่าแรกๆ เขาอาจหงุดหงิดใส่ แต่เมื่อไหร่ที่วิญญาณช่างภาพเข้าสิง เขาจะถ่ายรูปที่สวยสุดในชีวิตให้คุณ คุณจึงพยายามชวนซูโฮถ่ายรูป ซูโฮถามว่าคุณเป็นใครหมายเช็คให้แน่ใจอีกที แฮราจึงบอกว่าตนชื่อ "ชอง แฮรา" จากนั้นก็อธิบายความหมายของชื่อ ก่อนก้มศีรษะทักทายอย่างเป็นทางการ 

* เนื้อหาโดย luvasianseries 

รายชื่อผู้แสดง

ผู้แสดงนำ

คิม แรวอน
รับบท มูน ซูโฮ / ลี มยองโซ

"มูน ซูโฮ" เป็นซีอีโอชายหนุ่มที่ประสบความสำเร็จ เขามักเข้มงวดกับตัวเองและไม่เคยเผยธาตุแท้ของตนให้คนอื่นเห็น แต่พอตกอยู่ในห้วงแห่งความรักเขาจะเปลี่ยนเป็นชายชายหนุ่มสุดแสนโรแมนติกและยอมทุ่มเททุกอย่าง หลังพ่อแม่เสียชีวิตเขาก็อยู่ในความดูแลของเพื่อให้นพ่อ เขาและบุตรสาวของเพื่อให้นพ่อจึงเติบโตมาด้วยกันดุจพี่น้อง ระหว่างนั้นเขาค่อยๆ พัฒนาความรู้สึกที่มีต่อคุณ แต่แล้วเพื่อให้นพ่อกับบุตรสาวกลับรังแกจิตใจเขา เขาจึงรู้สึกเหมือนโดนหักหลัง ขณะที่เขากำลังโกรธแค้นและสิ้นหวัง อยู่ๆ ผู้หญิงคนหนึ่งก็ปรากฏตัวและปลอบว่าอีกหน่อยโชคจะเข้าข้างเขา หลังจากนั้นก็มีแต่สิ่งดีๆ เผ่านาในชีวิตเขาดังที่คุณพูดไว้จริงๆ แต่นั่นกลับทำให้เขารู้สึกกลัวเพราะเกรงว่าจำเป็นต้องจ่ายค่าชดเชยในภายหลัง ในเวลาต่อมาเขาได้พบบุตรสาวของเพื่อให้นพ่ออีกรอบ แม้คุณจะเคยทำให้เขาเจ็บปวดใจแต่พอใช้เจอะกันหัวใจเขากลับพองโต เพราะคุณเป็นรักแรกของเขา

ชิน เซคยอง
รับบท ชอง แฮรา / บุนอี

"ชอง แฮรา" เป็นพนักงานบริษัทท่องท่องเที่ยวถึงแม้จะมีชีวิตที่ยากลำบากและต้องแบกรับภาระในการเลี้ยงดูป้า แต่คุณยังคงคิดบวกและมีบุคลิกที่สดใสร่าเริง สมัยยังเด็กคุณเคยมีชีวิตที่สุขสบาย แต่หลังจากพ่อแม่เสียชีวิต ครอบครัวล้มละลาย ชีวิตคุณก็เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ถึงกระนั้นคุณก็ยังไม่สิ้นหวัง เพราะคุณยังมีงานให้ทำ มีบ้านให้ซุกหัวนอน และมีแฟนที่ดี แต่สุดท้ายงาน ครอบครัว และแฟน กลับทำให้ชีวิตคุณติดหล่ม หลังคิดว่าชีวิตเริ่มมืดมนคุณจึงไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อไป แต่แล้วอยู่ๆ คุณก็นึกถึงเสื้อโค้ทสุดหรูที่เคยสั่งตัดสมัยเด็กๆ แต่คุณไม่เคยไปรับเพราะครอบครัวล้มละลายกระทันหัน คุณจึงสงสัยว่าชีวิตของตนจะเปลี่ยนไปไหมหากคุณไปรับเสื้อโค้ทตัวนั้นที่ร้านชารอน หลังได้เสื้อโค้ทสีไวน์แดงจากร้านชารอนมาแบบไม่คาดฝันก็เริ่มมีเรื่องแปลกๆ เกิดขึ้นกับคุณ ในที่สุดคุณก็ได้พบเขา… ชายที่เรียกตัวเองว่า "อัศวินดำ" ของคุณ

ซอ จีฮเย
รับบท คัง ชารอน / ชเว ซอริน

"คัง ชารอน" เป็นดีไซเนอร์และเจ้าของห้องเสื้อชารอน คุณขึ้นชื่อในเรื่องความสวย แต่มีนิสัยเห็นแก่ตัว เจ้าอารมณ์ และเหมือนเด็กเอาแต่ใจ คุณใช้ชีวิตอย่างเปลี่ยวเหงาบนโลกนี้มานานกว่า 200 ปีโดยไม่แก่หรือตายนับตั้งแต่ 'วันนั้น' และนั่นก็เป็นผลแห่งกรรมที่เคยทำผิดบาป แต่คุณมักคิดเสมอว่าตนเป็นข้างถูกทำเลยไม่เคยสำนึกผิด เมื่อแฮรามาที่ร้านของคุณและถามหาเสื้อโค้ทที่เคยสั่งตัดเมื่อครั้งยังเป็นเด็ก คุณจึงตั้งอกตั้งใจว่าจะชดใช้กรรมด้วยการตัดเสื้อผ้าดีๆ ให้แฮรา โดยหวังว่าสักวันจะหลุดพ้นจากโทษทัณฑ์ที่ไม่มีวันสิ้นสุด แต่แล้วอยู่ๆ คุณก็ได้พบชายที่เฝ้าถวิลหามากว่าร้อยปีอีกรอบ และคุณก็เชื่อว่าเขาคนนี้คือชายชายหนุ่มที่ฟ้ากำหนดให้เป็นของคุณ

จาง มีฮี
รับบท จาง แพ็คฮี / เบ็กกี้

"จาง แพ็คฮี" เป็นนักปรุงน้ำหอม นักวิเคราะห์มรดกทางวัฒนธรรมที่ซอชน และบล็อกเกอร์ชื่อดัง คุณเป็นหญิงลึกลับที่มักพูดเล่นว่าตนอยู่มานานถึง 250 ปี ทั้งยังบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ที่น่าสนใจและชวนติดตามลงในบล็อก แต่ใครเลยจะรู้ว่าทั้งหมดเป็นเรื่องจริง เรื่องราวทั้งหมดที่คุณโพสต์ล้วนมาจากประสบการณ์จริงที่คุณเคยพานพบ คุณหวังว่าสักวันจะหลุดพ้นจากโทษทัณฑ์และชีวิตที่เป็นอมตะ ในที่สุดคุณก็ได้พบกับคู่ครองที่เป็นเหยื่อของชะตากรรมอันโหดร้าย ด้วยความที่คุณเป็นต้นเหตุของเรื่องราวในครั้งนั้น คุณจึงคิดที่จะชดใช้เวรกรรมให้กับทั้งคู่

เรื่องย่อ ตำนานรักจิ้งจอกสวรรค์ (Legend of Nine Tails Fox) ตอนที่ 10

หลังรู้ว่าทางเดียวที่จะช่วยอาซิ่วได้คือการถ่ายทอดพลังปราณ (เน่ยตาน) ที่สั่งสมมานานหนึ่งร้อยปีให้อาซิ่ว ฮัวเยว่จึงตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะช่วยชีวิตอาซิ่วเพื่อให้ที่อาซิ่วกับจื่อกู้จะได้ครองรักกัน จั๋วอวิ๋นไม่เห็นด้วยกับการที่ฮัวเยว่คิดเสียสละตนเองเพื่อให้คนอื่น เพราะนี่ไม่ใช่การช่วยคนแต่เป็นการใช้ชีวิตแลกชีวิต ทั้งยังเตือนว่าแม้อาซิ่วจะเป็นเพื่อให้นรักของคุณแต่อาซิ่วรักกับจื่อกู้ หากอาซิ่วฟื้นขึ้นมาเมื่อไหร่คุณจะเสียจื่อกู้ไป

ฮัวเยว่ลากจื่อกู้เข้าไปในป่าและชวนวิ่งไล่จับหนูเหมือนที่เคยทำตอนสวมรอยเป็นอาซิ่ว (แต่คราวนี้ไม่แปลงกาย) จื่อกู้นึกถึงใบหน้าและท่าทางของอาซิ่ว (ตัวปลอม) ก่อนยอมเล่นเป็นเพื่อให้นฮัวเยว่ แต่พอเล่นจนฮัวเยว่หนำใจเขาก็กลับมามีท่าทีเฉยชาและขอตัวไปดูแลอาซิ่ว ฮัวเยว่จึงทวงสิ่งที่เขาเคยทำกับคุณ (ตอนสวมรอยเป็นอาซิ่ว) โดยขอให้เขาทำในฐานะที่คุณเป็นฮัวเยว่ไม่ใช่อาซิ่วตัวปลอม และขอให้มีเพียงคุณในใจ ครั้นจื่อกู้แสร้งทำเมินฮัวเยว่จึงบรรจงจูบเขา ในที่สุดจื่อกู้ก็ห้ามใจไม่อยู่จึงกอดและจูบฮัวเยว่เป็นนัดแรก (เขาพึ่งจะศึกษาและทำการค้นพบว่าตนเองรักอาซิ่วตัวปลอม) หลังลืมตาตื่นกลางป่าตามลำพังจื่อกู้ก็เดินกลับบ้านเหมือนร่างไร้วิญญาณ แต่รวมทั้งถึงกับช็อคเมื่อเห็นอาซิ่วยืนอยู่ตรงหน้า

ฮัวเยว่เห็นจื่อกู้กับอาซิ่วโผเข้ากอดกันก็ถึงกับน้ำตาร่วง คุณดีใจกับทั้งคู่แต่ไม่วายรู้สึกเจ็บปวดใจ จั๋วอวิ๋นไม่เข้าใจว่าทำไมฮัวเยว่จึงยอมเสียสละได้มากขนาดนี้ เพราะถ้าหากอาซิ่วไม่ฟื้นคุณกับจื่อกู้จะได้ครองคู่กัน ฮัวเยว่เชื่อว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของพรหมลิขิต ทุกสิ่งได้ถูกกำหนดเอาไว้แล้ว พวกตนก็แค่ใช้ชีวิตไปตามครรลอง ที่คุณได้พบจื่อกู้กับอาซิ่วเป็นเพราะสวรรค์อยากคุณได้รับบทเรียน คุณจะได้สำนึกถึงพฤติกรรมที่เห็นแก่ตัวในอดีต (โหยหาความรักจากมนุษย์ จึงชอบหว่านเสน่ห์ให้คนหลงรักแล้วปั่นหัวผู้ชายเล่น) และได้รู้ซึ้งว่าอะไรคือรักแท้ คุณยอมรับว่าการเสียสละในคราวนี้เป็นเรื่องที่แสนเจ็บปวด แต่ความเจ็บปวดนี้ทำให้คุณความคิดว่ามีตนเองไม่ได้ใช้ชีวิตอย่างไร้ค่า คุณจึงไม่เสียดายแต่กลับรู้สึกซาบซึ้งใจมากกว่า

จั๋วอวิ๋นได้ยินแล้วน้ำตาคลอ เขาเห็นด้วยและเปรยว่า "หากไม่เคยรู้สึกเจ็บปวดใจ เท่ากับใช้ชีวิตอย่างสูญเปล่าจริงๆ" (เขาเองก็กำลังรู้สึกเจ็บปวดใจเช่นกัน) ครั้นฮัวเยว่เอ่ยคำอำลาจั๋วอวิ๋นก็ถึงกับน้ำตาร่วง (เขาเลือกที่จะเก็บงำความรู้สึกเอาไว้โดยไม่บอกให้คุณรู้) เขาถามฮัวเยว่ว่าพวกตนจะได้พบกันอีกไหม ฮัวเยว่กล่าวว่าแล้วแต่ฟ้าลิขิตและเดินจากไป จั๋วอวิ๋นใจหายวาบ ฮัวเยว่นึกขึ้นได้เลยหันกลับมาบอกให้จั๋วอวิ๋นรีบหาคนที่จะทำให้เขารู้ซึ้งถึงรักแท้และอวยพรให้เขาสุขสบาย จั๋วอวิ๋นได้แต่มองฮัวเยว่เดินจากไป ก่อนเปรยว่า "ข้าพบนางแล้ว"

เรื่อง หอแต๋วแตก แหวกชิมิ

ความเดิมจากภาคที่แล้ว (หอแต๋วแตกแหกกระเจิง) กะเทยสามพี่น้องได้ช่วยปลดปล่อยวิญญาณ อุษามณี ผีนางรำที่ถูกจองจำหลายสิบปีสำเร็จ ชื่อเสียงของเจ๊สามพี่น้องและ แพนเค้ก ผีคู่บุญเพื่อให้นซี้ของสามเจ๊โด่งดังจนมีคนเขียนจดหมายมาอ้อนวอน ให้เจ๊ทั้งสามช่วยมาบริหาร maison la’dolce vita หอพักชายล้วนที่มีความลับแอบแฝง

ภารกิจใหม่ของสามเจ๊เริ่มด้วยความสงสัย อยากรู้ว่าใครกันที่เขียนจดหมายมาอ้อนวอน แล้วหอแห่งนี้มีอะไรที่เป็นปริศนาให้ค้นหา สามเจ๊เริ่มภารกิจตั้งแต่คืนแรกที่ไปถึง

คำสั่งของแววสวาทคนดูแลหอเก่าที่สั่งห้ามย่างกายเข้าไปในหอแดงโดยเด็ดขาด บวกกับภาพชายหนุ่ม ๆ ที่วิ่งหนีหัวซุกหัวซุนออกมาจากหอแดงกันในยามค่ำคืน ทำให้สามเจ๊และผีแพนเค้กพยายามทุกวิถีทางที่จะค้นหาความจริงที่แววสวาทพยายามปกปิด

ระหว่างภารกิจแพนเค้กได้เจอกับแท่งทอง ชายหนุ่มหล่อที่อาศัยอยู่ที่หอแห่งนั้น แพนเค้กตกหลุมรักแท่งทองเข้าอย่างจัง แต่ก็เจออุปสรรคก้อนใหญ่ เพราะเจ๊ทั้งสามก็หลงรักแท่งทองเหมือนกัน

ความวุ่นวายแบบฮา ๆ ยามที่สี่สาวพยายามหาวิธีเอาชนะใจแท่งทอง บวกกับความหลอนที่อดไม่ได้ที่จะปล่อยเสียงฮาในการค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่ในหอ รับรองว่าหอแต๋วแตกแหกชิมิ จะมาชวนให้ทุกท่านฮากันสนั่นจนต้องหวั่นว่าจะตกเก้าอี้ รับประกันความฮาโดย พจน์ อานนท์ พบกับทุกโรงภาพยนตร์ 6 มกราคม 2554

ดารานำ จตุรงค์ มกจ๊ก รับบทเป็น เจ๊แต๋วเจ๊แต๋วเป็นพี่สาวคนโต ที่มีลูกติดเป็น อาโคย เจ๊แต๋วรับหน้าที่หัวหน้าทีมสืบหาความจริงของหอพักต้องสงสัยแห่งนี้ พร้อมกับสืบหา เจ้าของจดหมายที่ส่งมาวิงวอนในคราวนี้เอกชัย ศรีวิชัย รับบทเป็น เจ๊มดดำเจ๊มดดำเป็นกะเทยใต้ที่สวยไม่ยอมแพ้ใครเหมือนกัน นอกจากหน้าที่หลักที่ต้องช่วยเจ๊แต๋วสืบหาความจริงแล้ว เจ๊มดดำยังต้องแต่ง สวยเพื่อให้ประชันความงามกับแพนเค้กชนิดตาต่อตา ฟันต่อฟัน เพราะทั้งคู่หลงรักผู้ชายคนเดียวกันอาจารย์ยิ่งศักดิ์ จงเลิศเจษฎาวงศ์ รับบทเป็น เจ๊การ์ตูนเจ๊การ์ตูนเป็นน้องเล็กสุดท้อง เรื่องสู้รบตบมือกับใครคุณไม่สู้ วัน ๆ คุณรักที่จะแต่งสวยไว้

My Secret Romance – “เรื่องคืนนั้นเธอก็คิดซะว่าฝันไป” (2017)

เมื่อ ‘One Night Stand’ นำพาไปสู่เรื่องรักที่เลิฟซีนดุเด็ดเผ็ดแซ่บ

หากชีวิตของคนๆหนึ่งที่ใช้มันอย่างระวังมาตลอดและไม่เคยที่จะเดินออกนอกลู่นอกทางใดๆเลย กลับต้องมาเจอกับคนแปลกหน้าสักคนและจบลงที่ความข้องเกี่ยวแบบ ‘One Night Stand’ มันจะเป็นความทรงจำที่ ‘ดี’ หรือ ‘สมควรลืม’ มากกว่ากัน ?

อียุนมี เป็นสาวใสซื่อที่ฝันจะเป็นนักโภชนาการให้ได้ คุณมีมุมมองความรักที่สดใสสวยงาม แต่ก็ไม่เคยคบกับใครสักคน โดยขณะที่คุณมาร่วมงานแต่ง ณ โรงแรมริมสมุทร คุณก็ได้รู้จักกับชายหนุ่มหล่อ  ชาจินอุค ผู้สืบสกุลตระกูลมหาเศรษฐี ทั้งคู่เจอเรื่องแย่ๆมาทั้งวันและตัดสินใจออกไปเที่ยวด้วยกัน ซึ่งจบลงด้วย ‘One Night Stand’

3 ปีผ่านไป ชาจินอุค เปลี่ยนจากชายหนุ่มผู้รักสนุก กลายมาเป็นประธานในบริษัทใหญ่ที่กำลังประสบความสำเร็จ แต่เขาก็ยังคงลืมหญิงสาวลึกลับที่เขาเจอเมื่อ 3 ปีก่อนไม่ได้ ส่วน อียุนมี ก็ได้เป็นนักโภชนาการสมใจอยากในตอนนี้ แต่ด้วยความบังเอิญทำให้คุณได้เผ่านาเป็นนักโภชนาการในบริษัทของ ชาจินอุค

อียุนมี พยายามที่จะทำเป็นไม่รู้จัก ชาจินอุค แต่นั่นก็ยิ่งทำให้เขาต้องการจะรื้อฟื้นความทรงจำในอดีต พร้อมหาคำตอบที่ว่าทำไมคุณถึงทิ้งเขาไป ซึ่งมันนำไปสู่เรื่องราวความรักแสนวุ่นวายและการพยายามก้าวผ่านแผลในใจของทั้งคู่

My Secret Romance วุ่นรักวันไนท์สแตนด์
มองไปที่เนื้อหาแล้ว “My Secret Romance” เป็นซีรี่ส์ที่ไม่มีอะไรซับซ้อนอย่างมากเลย แต่สิ่งที่ทำให้มันชวนติดตามและดูมีชีวิตชีวาขึ้นก็คือบรรดาฉากเลิฟซีนจูบอันดูดดื่มของพระนาง ‘ซง จีอึน’ (ผู้หญิงที่สะอึกได้น่ารักจริงๆ) และ ‘ซองฮุน’ ที่เคมีดึงดูดเราได้นับตั้งแต่ฉากสุดท้ายของตอนแรก ซึ่งตัวซีรี่ส์มีฉากจูบที่ทำออกมาได้ดีดูโรแมนติกในช่วง 10 ตอนแรก ส่วนฉากพระนางมุ้งมิ้งพยายามข่มใจเก็บอาการ ‘รัก’ ไว้ภายในก็ทำออกมาได้น่ารักดี ยิ่งซีนไหนที่มี ‘อาการสะอึก’ ของนางเอกนั้นมันจะดูละมุนและน่ารักเป็นพิเศษ

ช่วงแรกของซีรี่ส์มีความรู้สึกแปลกๆกับตัวละครอยู่หน่อยๆกับการเปลี่ยนไปในช่วง 3 ปีจนเราตามไม่ทัน แต่ทีมงานผู้สร้างเองก็ทยอยมาเฉลยให้เหตุผลกับเราในภายหลัง ทั้งเรื่องที่ว่า ผอ.ชา เปลี่ยนจากชายหนุ่มขี้เกียจ ผู้รักสนุกมาเป็นผู้บริหารบ้างานได้ยังไง ? (เหตุผลเพราะลืมนางเอกไม่ได้เลยเอาเวลามาบ้างาน) หรือ ทำไม ผอ.ชา ไม่ชอบกินข้าว ? (เหตุผลเพราะปมครอบครัว)

ส่วนตัวชอบข้อความสำคัญนางเอกกับแม่ที่เป็นอดีตดาวโป๊ กับการกำหนดให้ อียุนมี เป็นผู้หญิงที่โตมากับความคิดที่ว่าการมีแม่เป็นดาวโป๊เป็นเรื่องน่าอายและมันทำให้คุณต้องเจอเรื่องแย่ๆมามากในสมัยเรียน ความอับอายได้ก่อตัวเพิ่มขึ้น จนกลายมาเป็นความกลัว กระทั่งกลายมาเป็นกำแพงที่คุณสร้างขึ้นเพื่อให้กันความเกี่ยวพันกับคนที่จะเผ่านา คุณจึงไม่คบใครเลยและสัมผัสความรัก ความโรแมนติกได้ผ่านเพียงแค่หนังสือนิยายรักแค่นั้นการปิดตัวเองของ อียุนมี ยังสะท้อนออกมาในแง่ของเสื้อผ้าที่คุณสวมใส่กับชุดที่เรียบร้อยและปิดบังร่างกายมิดชิดตลอด เพราะไม่อยากให้ตัวเองดูแย่ เหมือนภาพลักษณ์ที่คนอื่นมองแม่ของคุณ คุณอายในอาชีพของแม่ โดยที่ลืมไปว่านั่นคือส่วนหนึ่งในชีวิตแม่ของคุณ

My Secret Romance วุ่นรักวันไนท์สแตนด์ 
My Secret Romance วุ่นรักวันไนท์สแตนด์
ถ้าคน 2 คนรักกันชัดเจนขนาดนี้ มันจะยากอะไรหากจะลงเอยกัน ซึ่งสิ่งที่ทำให้ ชาจินอุค และ อียุนมี ยากจะตัดสินใจสานต่อความเชื่อมโยงกันให้ลึกซึ้ง ส่วนหนึ่งก็คือการที่ทั้งคู่มีปมในอดีตเรื่องครอบครัวเหมือนกัน อียุนมี ฝังใจเรื่องอดีตของแม่ จนไม่อยากให้ใครก้าวเผ่านาล่วงรู้ความจริงอะไรของครอบครัวอีก อีกข้อก็คือการที่คุณมีทัศนคติเรื่องความรักในแง่บวก การมี ‘One Night Stand’ จึงเป็นเหมือนเรื่องน่าอับอายที่เผ่านาตอกย้ำความทรงจำแย่ๆที่คุณมีอยู่แล้วให้หนักหนาขึ้นไปอีก ส่วน ชาจินอุค เองก็มีปัญหาครอบครัวแม่หนีออกจากบ้านไป จนเขาเองต้องใช้ชีวิตเดียวดายมาตลอด

แม้ “My Secret Romance” จะมีช่วง 10 ตอนแรกที่ดูสนุกและชวนจิ้นฟินไปกับความแซ่บของฉากจูบและมุมน่ารักๆของตัวละคร แต่มันก็ประสบปัญหากับซีรี่ส์อีกหลายๆเรื่องที่เริ่มดี แต่มาแผ่วเอาในช่วงท้าย ซึ่งเรื่องนี้ก็เช่นกันกับตอน 11-13 ที่มีการยืดเนื้อหาออกไปอย่างไม่จำเป็น แถมยังยัดฉาก Flashback เผ่านาอีกเพียบ ทั้งที่ไม่ได้ช่วยให้เนื้อหาเดินหน้าขึ้น แต่เหมือนใส่มาเพื่อให้ขายเพลงประกอบมากกว่า ซึ่งว่ากันตามตรง 3 ตอนสุดท้ายนี่ถ้านำมาตัดให้กระชับขึ้นมันสามารถรวบจบได้ในตอนเดียวด้วยซ้ำ แถมฉากเลิฟซีนในช่วง 3 ตอนสุดท้ายก็ไม่ได้ให้อามรณ์ดูดดื่มในจังหวะที่ชวนเขินตามไปด้วยอย่างตอนแรกๆ แต่เหมือนจงใจใส่มาเพื่อให้ให้ ‘เยอะ’ มากกว่า

ด้านเพลงประกอบ ‘SAME’ ถือเป็นเพลงที่จังหวะสบายๆ เผ่านาช่วยเสริมอารมณ์ฝั่งนางเอกได้พอดี และอีกเพลงที่เด่นก็คือ ‘Song for love’ (Lyn) ที่มาช่วงกลางเรื่องและจังหวะดีมาก อีกเพลงที่ไม่กล่าวถึงไม่ได้ก็คือ Hey (je t`aime) ที่ทำนองสบายๆและมีหน้าที่สำคัญในเนื้อหา

3 Idiots

ย้อนกลับไปดูหนังเก่าเพราะอาจารย์บอกว่าให้ลองไปดูหนังเรื่องนี้ดู แล้วเพื่อให้นก็บอกว่า เนี่ยอาจารย์จะเอาไปออกสอบ ชอบนะถ้าออกสอบเกี่ยวกับหนังเพราะว่าชอบดูหนังอยู่แล้ว ฮาา

เข้าเรื่องกันดีมากกว่า ในส่วนของหนังเรื่องนี้ เราขอติด Favorite movies ไว้เลยอะ ชอบมาก การดำเนินเรื่อง การตัดไปตัดมาระหว่างยุคปัจจุบันและอดีต เป็นภาพยนตร์ที่ความยาวของเรื่องนั้นเกือบ 3 ชั่วโมง แต่เป็น 3 ชั่วโมงที่ไม่น่าเบื่อเลยสักนิด เป็นหนังอินเดีย เรื่องราวของ Rancho, Farhan และ Raju โดยจะเล่าย้อนสมัยวัยมหาวิทยาลัย เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในตอนอยู่มหาวิทยาลัย เนื้อหาเรื่องไม่ใช่แค่นักศึกษาอย่างเราเท่านั้นที่ควรดูอะ ควรดูตั้งแต่ ผู้ใหญ่ วัยทำงาน พ่อแม่ อาจารย์ เด็ก วัยรุ่น คือเป็นหนังที่ดูได้ทุกวัยจริง ๆ ชอบหนังเล่าเรื่องนะ เป็นเรื่องง่าย ๆ ที่เราเห็นในปัจจุบันเลยอะ อย่างเช่น เรื่องความกดดันจากคนรอบข้าง ความชอบของเด็ก การแข่งขันในวัยเรียน มิตรภาพดี ๆ ที่เกิดจาก ตัวละคร 3 ตัวนี้ มันดีมาก อยากให้ไปดู

ตัวละครที่ชอบมากที่สุดไม่พ้น Rancho เลย เป็นตัวละครที่ใครดูก็ชอบ ชอบทั้งความคิดเขา การแสดงออกมา อาจจะดูเล่น ๆ น่าหมั่นไส้ไปบ้าง แต่บอกตามตรง ถ้าดูแล้วจะรักตัวละครนี้ Rancho is my idol ! แงชอบบบ ชอบลุคขี้เล่นด้วยยย น่ารักกก

Farhan ชอบตัวละครนี้มาก เป็นความชอบส่วนตัว เพราะว่าตัวหนังแสดงให้คิดว่าเขาถ่ายภาพสวยอะ ชอบ นั่งดูไปก็แบบ แงเท่อะ คำว่าชอบเต็มหัวไปหมดเลย

Raju จริง ๆ ก็มีรู้สึกไม่ชอบตัวละครนี้ในช่วงแรก ๆ อะ บางทีเราก็ไม่เข้าใจตัวละครนี้ แต่ถ้ามองดี ๆ ลองคิดตามตัวละครนี้ ก็จะเข้าใจว่าแบบ ทำไมต้องทำแบบงี้ ทำไมต้องทำอย่างนั้น และทำไมตัดสินใจแบบนั้น เป็นตัวละครที่ขาดไม่ได้เลย เพราะตัวละครนี้เป็นตัวที่จะเล่าเลยอะว่า ทั้งสามตัวละครรักกันมากขนาดไหน ขอสปอยล์ว่า ชอบตอนสัมภาษณ์งานมาก ๆ แสดงให้คิดว่า เราเป็นตัวของเรา ถ้าที่นี่มันไม่ใช่ที่ของเรา เราก็แค่ก้าวออกมา โคตรเท่อะ

มีหลายประโยคที่เด็ดมาก ๆ อะ นั่งดูไปก็ชอบไป เช่น

“การเรียนรู้ไม่ใช่การท่องจำคำจากหนังสือ แต่ต้องอ่าน ทำวามรู้ความเข้าใจ และอธิบายเป็นคำพูดตัวเองได้”

เนี่ย ตอนนี้เราเป็นแบบประโยคนี้เลย เราอ่านหนังสือเพื่อให้เกรดดี ๆ แต่เราไม่เข้าใจมันเลย เหมาะแก่ช่แวดวงสอบนี้จริง ๆ

“วิศวกรผู้ชาญฉลาด ยังไม่ได้ผลิตเครื่องวัดแรงดันทางจิต ถ้าผลิตได้ทุกคนจะได้รู้ว่า นี่ไม่ใช่การฆ่าตัวตาย มันคือการฆาตกรรม”

อันนี้เป็นเกี่ยวกับแรงกดดันอะ รายละเอียดอยู่ในสปอยล์ข้างล่าง แต่ถ้าอยากรู้ ต้องไปดูหนังนะ

เพลงในเรื่องนี้ก็ดีนะ ชอบหลายเพลง ตัวหนังออกแนวร้องเพลงประกอบด้วย เรื่องเดียวนี่มันครบจริง ๆ อะ 555555555 ไปดูเหอะะะ ขอ ดีงามมากเวอร์

คะแนนที่เราจะให้นะ คือ 9/10 ชอบอะมันดีมาก

ต่อไปคือการสปอยล์นะ เราอาจจะเขียนวน ๆ หน่อย ไม่ต้องอ่านก็ได้ แต่อยากให้ดู อาจจะครอบคลุมไม่หมดอะ ตอนเขียนเริ่มเบลอแล้ววว

เราชอบหนังที่เล่าเกี่ยวกับการแข่งขันในการเรียนอะ การเรียนคือเราต้องนำความรู้ที่เรียนไปใช้ ไม่ใช่แค่ตอบในข้อสอบเพื่อให้เอาคะแนน หรือเพื่อให้ชั้นที่หนึ่ง แล้วการเรียนที่จะประสบความสำเร็จอะ คือ การเรียนสิ่งที่เรารัก อย่าง Farhan อะ ชอบถ่ายรูป แต่มาเรียนวิศวะ ถ้าให้เรียนแล้วจบไป แน่ๆว่าย่อมได้อยู่แล้ว เพราะเขาสามารถรักษาเกรดรักษาการสอบได้ แต่เราไม่ได้รักอะ เราจะแฮปปี้กับสิ่งที่เราจบมาจริง ๆ เหรอ? ที่ชอบมาก ๆ อีกก็ คือ เรื่องความกดดัน ชอบประโยคนึงของ Rancho อะ “ทุกคนคิดว่าแรงกดดันบนคอทำให้เขาตาย แล้วแรงกดดันทางจิตตลอด 4 ปี ที่ผ่านมา นั่นคือสิ่งที่หายจากผลชันสูตร วิศวกรผู้ชาญฉลาด ยังไม่ได้ผลิตเครื่องวัดแรงดันทางจิต ถ้าผลิตได้ทุกคนจะได้รู้ว่า นี่ไม่ใช่การฆ่าตัวตาย มันคือการฆาตกรรม” เฮ้ย นั่งฟังและจากนั้นก็เห็นด้วยมาก ๆ เป็นประโยคจากฉากที่มีเด็กฆ่าตัวตาย ที่เห็นด้วยเพราะอัตราการตายจากการฆ่าตัวตายสูงมาก แล้วสาเหตุก็เกิดมาจากแรงกดดันอะ ไม่ใช่แค่เรื่องการเรียน อย่างวัยเรา คือ วัยเรียน แรงกดดันก็ คือ การเรียน แต่วัยอื่น ๆ แรงกดดันของเขาก็จะเป็น พวกเรื่องงาน การใช้ชีวิต ค่าใช้จ่าย แล้วแรงกดดันนี้มาจากใครอะ ก็คนรอบข้างทั้งนั้น มีฉากหนึ่งที่เราเศร้ามากเลยนะ ฉากที่อาจารย์อยากเอาเด็กพวกนี้ออกอะ แล้วไปกดดัน Raju เป็นฉากที่แสดงถึงความกดดันชัดเจนมาก ว่า จะให้ตัวเองถูกไล่ออก กับให้ Rancho ออกแทน แล้วการเลือกนี้อะชัดเจนมากเรื่องของอนาคต ถ้าเลือกตัวเอง พ่อที่ป่วย สถานะทางบ้านจะเอายังไง ถ้าให้ Rancho ออก นี่ก็เพื่อให้นอะ เพื่อให้นตายด้วย เขาช่วยเหลือเราทุกอย่าง ช่วยให้พ่อรอดชีวิตด้วยอะ ความผิดของ Raju มันก็มีนั่นแหละ เราก็เข้าใจถึงเหตุผลอะว่าแบบผิด ทำอย่างนี้มันไม่ควร ถ้าไม่ให้ออกแล้วคนอื่นมาทำตามล่ะ แต่อาจารย์ก็มีความโมโหโทสะอยู่เหมือนกัน มีความโกรธไม่ชอบเขาละอคติมาตัดสิน แล้วไปสร้างแรงกดดันอีก แล้วความกดดันอะมีผลไปต่อถึงความชอบของเด็กอะ ทุกคนมีสิ่งที่คาดฝันไว้หมด มีสิ่งที่อยากทำ มีสิ่งที่ชอบ อันนี้จะเอ๋ยถึงแรงกดดันจากพ่อแม่นะ อย่างหนังเรื่องนี้ มีฉากที่พ่อแม่กดดันลูกโดยที่ไม่ได้สนใจเลยว่าเด็กรู้สึกยังไง จริง ๆ ถ้าสังเกต Farhan พูดตั้งแต่ตอนต้นเลย ว่าทำไมต้องเรียนวิศวะ เนี่ยมันชัดเจนมากเลยว่าเขาไม่ได้รักในสิ่งที่เขากำลังเรียน อะเครียด ๆ พอล่ะ เรื่องมิตรภาพกันบ้าง เราชอบตัวละครทั้ง 3 ตัวนี้มากอะ เขารักกันมาก เจ็บป่วยก็ดูแล เพื่อให้นมีปัญหาก็พร้อมไปช่วยกันแก้ไข ให้คำแนะนำ มีหลอกให้รู้สึกดีบ้าง ชอบที่เขารู้ทันกันอะ เป็นมุกไรงี้ ตลกก มีแสดงความยินดีเมื่อประสบความสำเร็จ ถ้าดูจะรู้สึกชอบมิตรภาพของคนพวกนี้มาก 555555 เขียนวนอะ แม้กระนั้นมันดีจริง ๆ สนุกจริง ควรดู

Begin Again เพราะรัก คือเพลงรัก

เพราะรักคือเพลงรัก (อังกฤษ: Begin Again) (ก่อนหน้านี้ชื่อ เพลงสามารถช่วยชีวิตคุณได้จริงหรือ?[4] ) เป็นภาพยนตร์ดนตรีอเมริกันแนวตลกของประเทศอังกฤษ กำกับ จอห์น คาร์นีย์ นำแสดงโดย เคียรา ไนต์ลีย์, มาร์ก ราฟฟาโล่, เฮลี สไตน์เฟลด์ และแอดัม เลอวีน ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นการแสดงภาพยนตร์นัดแรกของแอดัมอีกด้วย [5] ภาพยนตร์เรื่องนี้เปิดตัวในเดือนกันยายน 2013 ได้ฉายในรอบปฐมทัศน์ใน เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติโตรอนโตประจำปี 2013 (2013 Toronto International Film Festival) และถูกฉายในเมืองไทยในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2014[6][3]
เกร็ก อเล็กแซนเดอร์ ได้แต่งเพลงร่วมกับ ดาเนียล บริสบัวร์, นิค แลสลี่ย์, ริค โนเวล และ นิค เซาท์วู้ด ในเพลงลอสต์สตาส์ (Lost Stars) ได้ถูกเข้าชิงรางวัลออสการ์ ในสาขาเพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม อีกด้วย การผลิตในเดือนกรกฎาคม 2012 มีการถ่ายทำที่เกิดขึ้นในสถานที่ต่าง ๆ ทั่วมหานครนิวยอร์ก และออกฉายช่วงวันที่ 27 มิถุนายน 2557 ซึ่งได้รับเสียงส่วนใหญ่ชื่นชมจากนักวิจารณ์
แดน มัลลิแกน คือ ผู้บริหารค่ายเพลงในนครนิวยอร์กที่กำลังมีปัญหา คืนหนึ่ง ในขณะที่เขากำลังนั่งดื่มเหล้าในบาร์ เขาได้พบกับ เกรต้า นักแต่งเพลงหญิงสาวผู้เด็ดเดี่ยว แข็งกร้าว และดนตรีของคุณทำให้แดนต้องการจะปั้นเกรต้าให้เป็นศิลปิน แดนยื่นข้อเสนอให้เกรต้าร่วมค่ายเพลงในสังกัดของเขา แต่ด้วยความมุ่งมั่นในหลักการของเกรต้าในฐานะศิลปินที่ไม่ต้องการแลกศักดิ์ศรีกับชื่อเสียง คุณจึงปฏิเสธแดน แต่ตอนที่เกรต้ากำลังจะเดินออกจากบาร์ แดนได้ยืนรอพบคุณและพยายามชวนคุณไปดื่มต่อ
และเล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า ตอนนั้นเขากำลังระหองระแหงกับเมียของเขา มิเรียม และเพิ่งจะถูกไล่ออกจากงานเนื่องมาจากแดนไม่สามารถหาศิลปินคนใหม่เข้าสังกัดมานานกว่า 7 ปี หลังจากแดนสมุทราะอย่างร้ายแรงกับเมียเรื่องบุตรสาว แดนได้ดื่มเหล้าอย่างหนักและทำให้เขาไปที่บาร์ในคืนนั้น อีกด้านหนึ่ง เกรต้า ผู้ซึ่งเพิ่งจะเลิกกับ เดฟ โคล แฟนนักแต่งเพลง ศิลปินชื่อดัง ร่วมที่คบกันมายาวนาน เดฟนอกใจไปมีสัมพันธ์กับหนึ่งในโปรดิวเซอร์ช่วงระหว่างที่เขาอยู่ที่ลอสแอนเจลิส เกรต้าทั้งโกรธและเสียใจ และตั้งอกตั้งใจที่จะออกจากนิวยอร์ก แต่แดนได้ขอร้องให้คุณให้ตัดสินใจเรื่องข้อเสนอของเขาอีกรอบ
เกรต้าได้เปลี่ยนใจ และโทรหาแดนในวันต่อมาและตัดสินใจที่จะร่วมทำเพลงกับเขา ทั้งคู่ได้พบกับ โซล หุ้นส่วนทางธุรกิจของแดนและผู้ก่อตั้งร่วมค่ายเพลงอิสระเลเบลดิสเตรสเรคคอร์ด แต่โซลไม่เห็นถึงแววในตัวของเกรต้าจึงได้ปฏิเสธไป ถึงกระนั้น แดนก็เสนอว่าเขาและเกรต้าจะร่วมทำอัลบั้มเพลงด้วยกัน ด้วยการถ่ายทำสดๆ ในฤดูร้อนในสถานที่สาธารณะต่างๆ ในนครนิวยอร์ก และเก็บเหล่านักดนตรีที่มีความชำนาญ แดนตั้งอกตั้งใจที่จะทำอัลบั้มออกมาสำหรับเปิดตัวภายใต้สังกัดของเขาเอง ในช่วงเวลานั้นเอง แดนและเกรต้าได้สนิทสนมกันมากขึ้นทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว เกรต้ายังได้ช่วยดูแลบุตรสาวของแดน นักกีต้าร์มือสมัครเล่น และคอยช่วยเหลือให้คุณร่วมเล่นดนตรีในอัลบั้มของคุณด้วย
เมื่อเกรต้าเห็นเดฟในโทรทัศน์กล่าวสุนทรพจน์สำหรับรางวัลที่เขาได้รับ เกรต้ารู้สึกต้องการจะบอกผ่านความรู้สึกเจ็บปวดผ่านเพลงที่คุณแต่งขึ้นในข้อความตอบรับในโทรศัพท์ของเดฟ ภายหลังที่ได้ฟัง เดฟซึ่งกลับมานิวยอร์กเพื่อให้โปรโมทอัลบั้มเพลงใหม่ของเขา ได้สำนึกผิด เขาจึงติดต่อเกรต้าและขอร้องอยากพบคุณ แต่เกรต้าไม่ได้ตอบกลับ
ภายหลังที่ทำอัลบั้มเสร็จ แดนและเกรต้าก็ได้กลับมาพบกับโซลอีกที โซลประทับใจกลับผลงานของแดนและเกรต้ามาก แต่พวกเขายังไม่สามารถสรุปสัญญากันได้ ภายหลังที่เกรต้าได้ใคร่ครวญแล้ว คุณตัดสินใจที่จะพบเดฟ ทั้งคู่ได้วิจารณ์ผลงานอัลบั้มซึ่งกันและกัน อย่างไรก็ตาม เกรต้ารู้สึกเหมือนถูกหักหลังกับเพลง “ลอสสตาร์” ผลงานเพลงแปลงของเดฟที่เน้นเอาใจเพลงกระแสหลัก (เพลงรักบัลลาดที่เกรต้าแต่งให้เดฟเป็นของขวัญวันคริสมาสต์เมื่อครั้งที่ทั้งคู่ยังคบกัน) เกรต้าเชื่อว่าความหมายของเพลงที่แท้จริงได้สูญหายไป ถึงกระนั้นก็ตาม เดฟได้ชวนให้เกรต้ามาฟังเขาเล่นดนตรีที่ กราเมอร์ซี เทียเตอร์ ในช่วงสุดสัปดาห์นั้น เพื่อให้หวังให้เกรต้าได้เห็นถึงอิทธิพลของเพลงที่มีต่อบรรดาแฟนคลับของเขา
เกรต้าได้มาถึงที่หมายได้ทันเวลาพอดีที่จะได้เห็นเดฟเล่นเพลงที่เขาได้ทำใหม่ขึ้น ท่ามกลางกลุ่มฝูงชน แม้ว่าเดฟได้ชวนให้เกรต้าขึ้นมาบนเวทีและร่วมเล่นกีต้าร์กับกลุ่มดนตรีของเขา เกรต้าปฏิเสธคำชวนนั้น และน้ำตาของคุณก็ล้นเอ่อ คุณได้ออกจากสถานที่นั้นไปและขี่จักรยานไปตามที่ต่างๆ ในเมืองพร้อมกับความรู้สึกใหม่ที่เกิดขึ้นกับคุณ หลังจากนั้น เกรต้าได้เข้าพบแดนที่อพาร์ทเม้นท์ของเขา ในขณะที่แดนกำลังเตรียมจัดของเพื่อให้กลับบ้านไปอยู่กับเมียของเขา เกรต้าบอกแดนว่าคุณไม่ต้องการให้แดนปล่อยอัลบั้มของคุณ แต่ต้องการให้ปล่อยผ่านทางสื่อออนไลน์แทน แดนตกลงอย่างเสียไม่ได้ และได้ติดต่อ ทัลเบิลกัม ศิลปินแรพชื่อดังผู้ซึ่งช่วยโปรโมทอัลบั้มผ่านทางทวิตเตอร์ของเขา ในวันต่อมา โซลได้บอกแดนว่าอัลบั้มเพลงของเกรต้ามียอดขาย 10,000 ก็อปปี้ภายในหนึ่งวัน

ANCHORMAN: THE LEGEND OF RON BURGUNDY (2004) ประกาศรบ…แต่ดั้นนมาพบรัก

Anchorman: The Legend of Ron Burgundy เป็นภาพยนตร์ตลกอเมริกันปี 2004 ที่กำกับโดยอดัมแม็คเคย์ในผลงานการกำกับเรื่องแรกอวยการสร้างโดยจัดด์อพาโทว์นำแสดงโดยวิลเฟอร์เรลล์และเขียนบทโดยแม็คเคย์และเฟอร์เรลล์ ภาคแรกในซีรีส์ Anchorman ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นการแสดงให้เห็นถึงวัฒนธรรมของยุค 70 โดยเฉพาะรูปแบบใหม่ของ Action News [3] เป็นภาพของสถานีโทรทัศน์ซานดิเอโกที่ตัวละครชื่อเรื่องเฟอร์เรลปะทะกับคู่หูหญิงคนใหม่ของเขา

ภาพยนตร์เรื่องนี้ทำรายได้ 28.4 ล้านดอลลาร์ในช่วงสุดสัปดาห์เปิดตัวและ 90.6 ล้านดอลลาร์ทั่วโลกจากการแสดงละครทั้งหมด มันได้พบกับคำวิจารณ์ในแง่บวกจากนักวิจารณ์เมื่อออกฉายและปัจจุบันได้รับการยกย่องอย่างกว้างขวางว่าเป็นหนึ่งในภาพยนตร์ตลกที่ดีที่สุดในยุค 2000 [4] [5] [6] ได้รับการจัดชั้นให้อยู่ในชั้นที่ 100 ในภาพยนตร์ที่สนุกที่สุด 100 เรื่องของ Bravo ชั้นที่ 6 ในภาพยนตร์ตลก 100 ชั้นแรกของ Time Out และ 113 ใน 500 ภาพยนตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาลของ Empire ภาพยนตร์คู่หูที่ประกอบขึ้นจากฉากนอกเรื่องและซับพลอตที่ถูกทิ้งร้างชื่อ Wake Up, Ron Burgundy: The Lost Movie ได้รับการเผยแพร่ตรงสู่ DVD ในปลายปี 2004 ภาคต่อ Anchorman 2: The Legend Continues เข้าฉายช่วงวันที่ 18 ธันวาคม 2013 โดย Paramount Pictures แทนที่ DreamWorks เป็นผู้จัดจำหน่าย

รอนเบอร์กันดีเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงที่ชื่อดังของสถานีโทรทัศน์ท้องถิ่นในซานดิเอโกช่อง KVWN ที่สวมหน้าที่ 4 เขาทำงานร่วมกับเพื่อให้น ๆ ที่เขารู้จักมาตั้งแต่เด็กในทีมข่าว ได้แก่ ไบรอันแฟนทานานักข่าวภาคสนามนักแข่งรถประเภทแชมป์และบริคนักอุตุนิยมวิทยา Tamland. Ed Harken ผู้ให้การสถานีแจ้งให้ทีมงานทราบว่าพวกเขายังคงรักษาสถานะที่ยาวนานในฐานะรายการข่าวที่ได้รับคะแนนสูงสุดในซานดิเอโกทำให้พวกเขาจัดงานปาร์ตี้ป่าที่ Burgundy พยายามรับ Veronica Corningstone สาวสวยผมบลอนด์ไม่สำเร็จ Harken แจ้งกับทีมในภายหลังว่าพวกเขาถูกบังคับให้จ้าง Corningstone หลังจากทีมพยายามเกลี้ยกล่อมคุณไม่สำเร็จในที่สุดคุณก็ยอมและตกลงที่จะ “ทัวร์มืออาชีพ” ของเมืองกับรอนโดยมีความเกี่ยวข้องทางเพศ แม้จะตกลงที่จะรักษาความเกี่ยวพันอย่างรอบคอบ แต่รอนก็ประกาศออนแอร์

ภายหลังที่สมุทราะกับคนขับมอเตอร์ไซค์จบลงที่สุนัขของเบอร์กันดีถูกลากออกจากสะพานซานดิเอโก – โคโรนาโดเบอร์กันดีก็ไปทำงานสาย คอร์นิงสโตนเติมเต็มให้เขาออนแอร์โดยได้รับเรตติ้งสูงกว่าที่เบอร์กันดีชอบได้รับและทั้งคู่เลิกกันเมื่อรอนคร่ำครวญถึงความสำเร็จของคุณ Corningstone ได้รับการเลื่อนตำแหน่งให้เป็นผู้ประกาศข่าวร่วมเพื่อให้เป็นที่รังเกียจของทีม แองเคอร์ร่วมเปลี่ยนเป็นคู่แข่งที่ดุเดือดในขณะที่ยังคงรักษาความจริงใจในการออกอากาศ ทีมข่าวตัดสินใจซื้อชุดสูทใหม่ แต่บริคซึ่งเป็นผู้นำทางทำให้พวกเขาหลงทางในส่วนที่ร่มรื่นของเมือง เมื่อต้องเผชิญหน้ากับคู่แข่งหลักอย่างเวสมันทู ธ และทีมข่าวของเขาเบอร์กันดีท้าให้พวกเขาต่อสู้ เมื่อทีมข่าวอื่น ๆ หลายทีมมารวมตัวกันในสถานที่เกิดเหตุชุลมุนเต็มรูปแบบมีเพียงเสียงไซเรนของตำรวจที่ทำให้พวกเขาต้องหนีไป เมื่อรู้ว่าการมีผู้ประกาศข่าวร่วมหญิงกำลังทำให้ชื่อเสียงของพวกเขาแย่ลงเบอร์กันดีก็สมุทราะกับเวโรนิกาอีกรอบและพวกเขาก็สมุทราะกันภายหลังที่คุณทำให้เขาขุ่นเคืองเรื่องผมของเขา

เพื่อให้นร่วมงานคนหนึ่งของเวโรนิกาแจ้งให้คุณทราบว่าเบอร์กันดีจะอ่านอะไรก็ได้ที่เขียนบนเทเลโพรปเทอร์คุณจึงแอบเข้าไปในสถานีและเปลี่ยนข้อความเพื่อให้แก้แค้น วันรุ่งขึ้นเบอร์กันดี (ไม่รู้ว่าเขากำลังพูดอะไร) สรุปการออกอากาศด้วย “ไปเย็ดตัวเองซานดิเอโก!” แทนข้อความปิดท้ายที่เป็นลายเซ็นของเขา “คุณอยู่อย่างมีระดับซานดิเอโก!” ก่อให้เกิดกลุ่มคนที่โกรธแค้นที่อยู่ด้านนอก สตูดิโอและกระตุ้นให้เอ็ดยิงเบอร์กันดี เมื่อรู้ว่าคุณไปไกลเกินไป Corningstone พยายามขอโทษ แต่ Burgundy ก็ไม่สนใจคำขอโทษของคุณ ในไม่ช้าเบอร์กันดีก็ตกงานไม่มีมิตรและถูกต่อต้านอย่างหนักจากสาธารณชนในขณะที่เวโรนิกาโด่งดังแม้ว่าเพื่อให้นร่วมงานชายของคุณจะเกลียดคุณก็ตาม เอ็ดยังบอกไบรอันแชมป์และบริคว่าถ้าพวกเขาเห็นรอนเขาจะยิงพวกเขาถ้าพวกเขาคุยกับเขา

สามเดือนต่อมาเมื่อหมีแพนด้ากำลังจะคลอดทีมข่าวทุกคนในซานดิเอโกรีบไปที่สวนสัตว์เพื่อให้ปกปิดเรื่องราวนี้ ในความพยายามที่จะก่อวินาศกรรมคุณผู้ประกาศข่าวคู่แข่งผลัก Corningstone เข้าไปในคอกหมีโคดิแอค เมื่อเอ็ดหาเวโรนิกาไม่พบเขาจึงรับสมัครเบอร์กันดี ครั้งหนึ่งที่สวนสัตว์เบอร์กันดีกระโดดถือปากกาหมีเพื่อให้ช่วยเวโรนิกาขณะที่ประชาชนเฝ้าดูอย่างช่วยไม่ได้ ทีมข่าวจึงกระโดดเข้าไปช่วยรอนและเวโรนิกา เช่นเดียวกับหมีกำลังจะโจมตีแบ็กซ์เตอร์ซึ่งรอดชีวิตมาได้อย่างปาฏิหาริย์เข้าแทรกแซงและกระตุ้นให้หมีช่วยชีวิตพวกมัน เมื่อกลุ่มปีนขึ้นจากหลุม Wes ก็ปรากฏตัวขึ้นและถือบันไดเหนือหลุมหมีขู่ว่าจะปล่อย Ron กลับเข้าไปและบอกว่าลึก ๆ แล้วเขาเกลียดเขามาตลอด แต่ก็ยอมรับกับ Ron ว่าเขาเคารพเขาเช่นกันและดึง รอนออกไปอย่างปลอดภัย

หลังจาก Burgundy และ Corningstone คืนดีกันและแสดงให้คิดว่าในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า Fantana แปลงเป็นพิธีกรรายการเรียลลิตี้โชว์ของ Fox ชื่อ Intercourse Island แทมแลนด์แต่งงานกับลูก 11 คนและเป็นที่ปรึกษาทางการเมืองชั้นนำของ George W. Bush และ Kind เป็นผู้บรรยาย สำหรับ NFL ก่อนที่จะถูกไล่ออกหลังจากถูกกล่าวหาโดย Terry Bradshaw ว่าล่วงละเมิดทางเพศและ Burgundy และ Corningstone เป็นผู้ร่วมช่วยเหลือของ CNN-esque World News Center

เรื่อง From Vegas to Macau โคตรเซียนมาเก๊าเขย่าเวกัส ตอนที่3

เกี่ยวกับผู้ควบคุมงานสร้าง – แอนดริว เหลา
เหลา เป็นผู้กำกับ / โปรดิวเซอร์ / ผู้กำกับภาพ ที่โด่งดังมากที่สุดของเกาะฮ่องกง เขาเริ่มหลงไหลการถ่ายภาพยนตร์มาตั้งแต่เด็ก ภายหลังที่เข้าจบการเรียนชั้นมัธยมเขาก็ได้เลือกสายอาชีพในด้านภาพยนตร์ด้วยการเข้าไปร่วมกับสตูดิโอชื่อดัง ชอว์บราเทอร์ส และได้เริ่มเป็นตากล้องตั้งแต่ปี 1985 ภายหลังจากนั้นสิบปีเขาได้เริ่มร่วมงานกับหวัง จิง เป็นนัดแรกในฐานะโปรดิวเซอร์ในภาพยนตร์เรื่อง “กู๋หว่าไจ๋” ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างสูงทั้งในฮ่องกงและทั่วโลก
ในปี 2002 แอนดริว, อลัน มัค และ ฟีลิกซ์ ฉ่อง ได้ร่วมกันเขียนบทภาพยนตร์เรื่อง “สองคนสองคม” โดยแอนดริวรับหน้าที่เป็นผู้กำกับหนังเรื่องนี้เองด้วย ผลคือ ภาพยนตร์เรื่องนี้ประสบความสำเร็จทั้งทางรายได้และทางสายวิจารณ์ ภาพยนตร์ได้รับการเสนอเข้าชิงและชนะเลิศในหลายเวที ทั้งจากเวทีตุ๊กตาทองฮ่องกงและโกลเด้น ฮอร์ส อวอร์ดส ภาพยนตร์เรื่อง Infernal Affair (สองคนสองคม) ได้ถูกนำไปสร้างใหม่โดยฮอลลีวูดโดยผู้กำกับอย่าง มาร์ติน สกอร์เซซี
เกี่ยวกับผู้แสดง
โจว เหวินฟะ รับบท เคน
ในเรื่อง From Vegas to Macau เขาได้รับบทเป็นชายที่โด่งดังในการเล่นไพ่และการพนัน เขาได้รับให้ไปเป็นหัวหน้าที่ปรึกษาเรื่องการวางSystemการรักษาความปลอดภัยให้กับคาสิโนในลาสเวกัส เขามีฉายานามว่า “มือตัดเซียน” หรือบางคนอาจจะเรียกเขาว่า “มือเทวดา” เคนเป็นคนที่มีเสน่ห์ เท่ และดูดี แม้จะอยู่ในช่วงสูงวัยและก็ตาม
เขาเป็นดาราฮ่องกงที่โด่งดังไปทั่วโลก ในช่วงยุคทองแวดวงโทรทัศน์ฮ่องกงในช่วงปี 1970 เขาได้ร่วมแสดงในละครหลายเรื่อง เขาเริ่มไปสู่แวดวงภาพยนตร์ในช่วงปี 1980 เขาได้รับรางวัลผู้แสดงยอดเยี่ยมเป็นนัดแรกในเรื่อ”โหด เลว ดี” ( A Better Tomorrow) และเรื่อง “อาหลาง” (All about Ah-Long) และภาพยนตร์อย่าง “คนตัดคน” (God of Gamblers) ในบท “เกาจิ้ง” ก็ได้กลายมาเป็นสัญลักษณ์ในตัวของเขา ในปี 1998 เป็นต้นมาเขาเริ่มไปสู่แวดวงภาพยนตร์ฮอลลีวูดในเรื่อง The Replacement Killer และในปี 2000 เขาได้ร่วมแสดงในหนังของผู้กำกับชื่อดัง “อังลี่” ในภาพยนตร์เรื่อง Crouching Tiger, Hidden Dragon ซึ่งได้รับรางวัลตุ๊กตาทองในสาขาภาพยนตร์ต่างชาติยอดเยี่ยม ทำให้เขาเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก
เซี๊ยะถิงฟง รับบท คูล
ในเรื่อง From Vegas to Macau เขารับบทเป็น คูล ชายชายหนุ่มที่มีความอัจฉริยะในด้านการแฮคคอมพิวเตอร์ เขาเป็นสุขุมและสุภาพ คูลต้องการที่จะเป็นลูกศิษย์ของเคน เขาต้องการได้กลเม็ดในการเล่นไพ่และวิธีการเหนือชั้นต่างๆจากเคน แต่การที่จะได้มาเป็นลูกศิษย์เคนนั้น เขาจำต้องผ่านบททดสอบอย่างอย่างมากและเขาก็ไม่ผ่านมันในทุกครั้งแต่โชคยังดีที่เสน่ห์ของเขาทำให้บุตรสาวของเคนหลงรัก คุณจึงช่วยเขาและทำให้เขาผ่านบททดสอบนี้ไปได้ในที่สุด
เขาเป็นดาราที่โด่งดังในฮ่องกง เขาเริ่มอาชีพการแสดงตั้งแต่อายุ 16 ปี เขาชื่นชอบเพลงร็อคและใฝ่ฝันจะได้เป็นนักแต่งและนักร้องเพลงร็อค เขาแสดงในภาพยนตร์แอคชั่นและภาพยนตร์แนวสืบสวนสืบสวนหลายต่อหลายเรื่อง สิ่งที่ทำให้เขาน่ายกย่องก็คือเขาชอบยอมเสี่ยงตายรับบทฉากแอคชั่นเสียเองทั้งหมด โดยที่เขาเอ่ยปากว่าเขาจะไม่ใช้สตั้นท์แมนเลย
ผลงานเรื่องแรกของเขาคือ “กำเนิด กู๋ หว่าไจ๋” (Young and Dangerous: The Prequel) ในปี 1998 ทำให้เขาได้รับรางวัลผู้แสดงคนใหม่ยอดเยี่ยมในฮ่องกงฟิล์ม อวอร์ดส์ หลังจากนั้นเขาก็ได้รับรางวัล