Category: มาสเตอร์hd (page 1 of 3)

เรื่องย่อฟ้าฝากรัก

เพราะพี่สาวแท้ ๆ มีปัญหาด้านสุขภาพไม่สามารถมีลูกได้ ต้องรัก (ชาลิดา วิจิตรวงศ์ทอง) สาวกำพร้าวัย 27 จึงยอมอาสาเป็นแม่อุ้มบุญอุ้มท้องชีวิตที่เกิดจากการปฏิสนธิกันระหว่างไข่ของ แพรฟ้า (พริมรตา เดชอุดม) พี่สาวของต้องรักกับสเปิร์มของ นที (สุริยนต์ อรุณวัฒนกูล) พี่เขย ทั้งที่ลมหายใจเข้าออกของต้องรักมีแต่เรื่องทำงานหาเงินเพื่อให้หนีให้พ้นจากความยากจน และคุณก็เกลียดเด็กยิ่งกว่าอะไร แต่ที่ต้องรักยอมโดยไม่หวังสิ่งใดทดแทน เพราะคุณรู้ดีว่า ลูกคือสิ่งที่พี่สาวกับพี่เขยต้องการมากที่สุดในชีวิต และต้องรักก็รู้ว่าเด็กคนนี้จะช่วยประสานรอยร้าวของนทีกับ คุณเกรียงไกร อัศวเกียรติกุล (ทนงศักดิ์ ศุภการ) นักธุรกิจชื่อดังผู้เป็นพ่อของเขาจากปัญหาสมุทราะกันร้ายแรงถึงขั้นตัดพ่อตัดลูก นทีจึงย้ายมาอยู่ที่สหรัฐอเมริกาในฐานะชายหนุ่มนักดนตรีธรรมดา ไม่ติดต่อสื่อสารกับครอบครัวอีกเลยมาตลอด 5 ปี

ขั้นตอนการทำอุ้มบุญเกิดขึ้นในทันที เพราะ คิมหันต์ (พงศกร เมตตาริกานนท์) ชายหนุ่มหล่ออาชีพดีไซเนอร์ทอย คนที่เคยเป็นน้องชายต่างมารดากับนทีมา 20 ปี ก่อนที่ความจริงจะถูกเปิดเผยว่า แก้วตา (อริศรา วงษ์ชาลี) แม่ของคิมหันต์คบยก้ คิมหันต์ไม่ได้เป็นลูกที่แท้จริงของคุณเกรียงไกร ได้ส่งข่าวมาบอกว่าให้นทีรีบกลับมา เพราะคุณเกรียงไกรกำลังถูกบรรดาหุ้นส่วนใหญ่บีบให้ยกตำแหน่งใหญ่ให้กับ กฤตย์ (วิทยา วสุไกรไพศาล) น้องชายแท้ ๆ ของเกรียงไกร คิมหันต์ไม่ต้องการให้กฤตย์กับครอบครัวได้รับในสิ่งที่เขาปรารถนา เพราะครอบครัวของกฤตย์เป็นฆาตกรฆ่าแม่เขา

การอุ้มบุญสำเร็จไปด้วยดี ต้องรักอุ้มท้องลูกของนทีและแพรฟ้าได้ 1 เดือน นทีก็พาสองพี่น้องบินจากสหรัฐอเมริกากลับไปเมืองไทย แต่นทีไม่ได้บอกเรื่องลูกของเขาให้คนรู้มากนัก เพราะแพรฟ้าถือเคล็ดว่าอยากให้เด็กอายุครรภ์ 3 เดือนก่อน นทีบอกให้คุณเกรียงไกรรู้แค่นั้นคุณเกรียงไกรยอมปรับวามรู้ความเข้าใจกับนที และประกาศว่าจะยกตำแหน่งและมรดกของอัศวเกียรติกุลให้กับนที ทุกอย่างดูเหมือนกำลังจะราบรื่น แต่และจากนั้นก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น นทีกับแพรฟ้าถูกคนร้ายขับรถไล่ยิงจนรถตกเขาระเบิดตาย ชีวิตน้อย ๆ ในท้องของต้องรักเปลี่ยนเป็นกำพร้าพ่อแม่ และหลังจากนั้นไม่นานคุณเกรียงไกรก็เกิดภาวะช็อกหัวใจวายตายไปอีกคน ตำรวจสันนิษฐานว่า…แรงจูงใจของฆาตกรก็คือ ฆ่าผู้สืบสกุลโดยตรงของคุณเกรียงไกร ซึ่งยังเหลืออยู่อีกหนึ่งชีวิตก็คือ เด็กในท้องต้องรัก

ฟ้าฝากรัก
หลังงานศพของนที แพรฟ้า คุณเกรียงไกรผ่านพ้นไปก็ยังไม่มีการเปิดพินัยกรรม เพราะคุณเกรียงไกรได้กำชับกับทนายความส่วนตัวไว้ว่าห้ามเปิดพินัยกรรมจนกว่าจะจับตัวฆาตกรที่ฆ่านทีกับแพรฟ้ามาได้ สิ่งนี้สร้างความหงุดหงิดใจให้กับครอบครัวกฤตย์มาก เพราะพวกเขาคาดหวังว่าจะได้เป็นผู้สืบทอดมรดกของอัศวเกียรติที่ถูกต้องโดยชอบด้วยกฎหมาย

แต่ไม่มีใครรู้ว่า…ก่อนที่เกรียงไกรจะสิ้นใจตาย เขาได้ฝากฝังให้คิมหันต์ดูแลต้องรักให้ดี “คุณคือคนสำคัญของอัศวเกียรติกุล” คิมหันต์รู้ว่าที่เกรียงไกรพูดเช่นนั้น เพราะเขาจะให้ต้องรักเป็นผู้จัดการดูแลมรดกของหลานซึ่งอยู่ในท้องของต้องรัก ประกอบกับคิมหันต์ก็เคยสัญญาไว้กับนทีด้วยว่าจะช่วยดูแลต้องรักกับเด็กตลอดไป ดังนั้นคิมหันต์จึงคิดแผน “ยิงปืนนัดเดียวได้นกหลายตัว” ด้วยการดูแลต้องรักตามคำสัญญาที่ให้ไว้กับนทีและเกรียงไกร และเอาชนะใจต้องรัก…ทำให้ต้องรักหลงรักเขา…ยอมจดทะเบียนสมรสกับเขา เพื่อให้ที่ว่าเขาจะได้มีส่วนช่วยดูแลสมบัติของอัศวเกียรติกุลไม่ให้ไปตกอยู่ในมือของพวกคนที่ฆ่าแม่เขาด้วย

แผนพิชิตใจสาวท้องของคิมหันต์จึงเกิดขึ้นไปพร้อม ๆ กับการที่เขาและต้องรักช่วยกันปกป้องชีวิตในท้องของต้องรักให้พ้นจากเงื้อมมือของฆาตกรที่ไม่รู้ว่าเป็นใคร ? เขาและคุณจะทำสำเร็จหรือเปล่า ? ความรักที่นทีกับแพรฟ้าได้ฝากไว้ จะมาช่วยเปลี่ยนแปลงความคิดและจิตใจของใครได้บ้าง ?

เรื่องย่อ May Queen ตอนที่ 9

โดฮยอนเรียกคีชอลมาพบแล้วสั่งให้เขาจัดการสวนลูกแพร์ โดยให้เหตุผลว่าคีชอลเป็นเพื่อให้นของฮักซู จึงน่าจะรู้จักกับบรรดาเจ้าของสวนเป็นอย่างดี (ฮักซูเป็นคนมอบที่ดินให้ราษฎรทำสวนลูกแพร์) คีชอลถามโดฮยอนว่าจะจัดการกับราษฎรที่เผ่านาตั้งรกรากทางด้านหลังสวนลูกแพร์ยังไง โดฮยอนตอบว่าเอาไว้ค่อยจัดการทีหลัง เพราะถึงยังไงประชาชนเหล่านั้นเผ่านาตั้งรกรากอย่างผิดกฏหมายอยู่แล้ว จึงจัดการได้ไม่ยาก คีชอลออกความมองว่าโดฮยอนน่าจะมอบเงินชดเชยนิดหน่อยๆ ให้ราษฎรเหล่านั้น บ้าง เพราะพวกเขาเป็นคนยากจน โดฮยอนกล่าวว่าถ้าตนมอบเงินให้ราษฎรแถบนี้ คนที่อยู่ในที่ดินอื่นๆ ก็จะออกมาเรียกร้องขอค่าชดเชยบ้าง จึงต้องใช้ไม้แข็งจัดการขั้นเด็ดขาดโดยไม่มีคำว่าปราณี

หลังจากนั้นโดฮยอนก็กลับบ้านพร้อมกับกล่องแจกันดินเผาโบราณล้ำค่าสมัยราชวงศ์โครยอ เมื่อเห็นกึมฮีนั่งมองรูปเด็กหญิงยูจิน เขาก็ถามว่าวันนี้เป็นวันเกิดของยูจินใช่ไปไหม กึมฮีพยักหน้าอย่างโศกเศร้า โดฮยอนจึงบอกให้คุณปล่อยวางเรื่องยูจิน และปลอบใจว่าตอนนี้ยูจินคงอยู่บนสวรรค์อย่างสุขสบาย

แฮจูนำขวดเปล่าที่เก็บได้ไปขายเพื่อให้นำเงินมาซื้อเต้าหู้  กว่าจะกลับถึงบ้านก็มืดค่ำ  ดัลซุนเห็นแฮจูพึ่งกลับบ้านก็ตวาดใส่เสียงดังลั่นว่าทำไมพึ่งจะกลับมา แฮจูรู้ว่าทุกคนกำลังหิวจึงรีบเข้าครัวไปหุงข้าวและทำอาหาร แม้คุณเพิ่งจะผ่านเรื่องร้ายๆ ที่โรงเรียนแถมยังเหนื่อยกับการเก็บขวด แต่พอมองว่าข้าวไม่พอคุณก็เสียสละข้าวให้คนอื่นๆ และนั่งมองทุกคนทานอย่างเป็นสุข โดยอ้างว่าคุณไม่หิวเพราะเพื่อให้นซื้อขนมปังให้ทานก่อนกลับบ้าน   ดัลซุนต่อว่าแฮจูที่กินขนมปังโดยไม่แบ่งให้ซังแทและยองจู ทั้งยังไล่ให้แฮจูออกไปนอนบนพื้นทางด้านนอก ฮงชอลแย้งว่าในบ้านมีตั้งสองห้องทำไมต้องไล่แฮจูให้ออกไปนอนบนพื้นข้างนอก (ชานบ้าน)  ดัลซุนอ้างว่าซังแทเริ่มโตเป็นชายหนุ่มแล้วจะให้นอนกับแฮจูได้ยังไง ฮงชอลจึงบอกว่างั้นตนจะออกมานอนข้างนอกเอง ดัลซุนจึงอ้างว่าถ้าคุณเป็นตะคริวแล้วใครจะช่วย ฮงชอลจะเถียงกลับแต่แฮจูตัดบทว่าคุณชอบนอนข้างนอก   ฮงชอลได้ยินแล้วถึงกับกินข้าวไม่ลงเพราะสงสารแฮจู

หลังหุงหาอาหารให้ทุกคนทานแล้ว แฮจูยังต้องมานั่งล้างจานอีกกองโต ฮงชอลเห็นและจากนั้นก็ยิ่งสงสาร คืนนั้นเขาจึงออกมานอนเป็นเพื่อให้นแฮจูทางด้านนอกโดยอ้างว่าข้างในร้อน แฮจูนอนมองดาวเหนือบนฟ้าแล้วกล่าวว่าฮงชอลเคยสอนคุณเรื่องการใช้ดาวเหนือเป็นเครื่องบอกทิศ ตอนนั้นเขาบอกคุณว่าถ้าหาตำแหน่งดาวเหนือเป็น ต่อให้อยู่กลางสมุทรและไม่มีเข็มทิศก็จะไม่หลงทาง ฮงชอลได้ยินแล้วน้ำตาคลอเบ้า จึงนอนหันหลังให้แฮจู (หันไปทางดาวเหนือ) แล้วเปรยว่าตนกำลังหลงทาง

เรื่องย่อ กระซิบรักจิตสัมผัส (I Can Hear Your Voice) ตอนที่ 9

เมื่อรู้ว่าตำรวจสืบสวนจะปิดคดีด้วยการกล่าวว่าพ่อตนหลับใน (เพื่อให้ให้สามารถนำไปเคลมประกัน) ซูฮาก็รีบเขียนข้อความบอกตำรวจว่า พ่อของตนถูกคนขับรถบรรทุกฟาดด้วยท่อเหล็ก ตำรวจนายหนึ่งคิดจะชันสูตรศพพ่อซูฮาแต่ก็สายเกินไปเพราะศพเพิ่งจะถูกเผาเมื่อวานนี้ ตำรวจอีกคนแย้งว่าสิ่งที่ซูฮาบอกไม่ค่อยน่าเชื่อุถือเพราะซูฮายังเด็กและได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ ถึงแม้เป็นเรื่องจริงคำให้การของซูฮายังไม่มีน้ำหนักมากพอที่จะเอาผิดคนร้ายได้อยู่ดี หากมีพยานคนอื่นอีกคงดีมากกว่านี้

ระหว่างให้การในชั้นศาล จุนกุ๊กตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นอุบัติเหตุ เขายอมรับว่าตนใช้ท่อเหล็กทุบกระจกหน้ารถจริง แต่ทำไปเพราะต้องการช่วยเหลือซูฮยอก หลังทุบกระจกแล้วถึงรู้ว่าซูฮยอกตายแล้ว เขาบอกว่าซูฮาเห็นตนทุบกระจกเลยเข้าใจผิด ซูฮาได้ฟังดังนั้นก็รู้สึกโกรธ ทนายของจุนกุ๊กกล่าวว่า ซูฮาอายุแค่ 8 ขวบ จึงเด็กเกินกว่าจะเข้าใจสภาวะ และเขาก็ยังอยู่ในอาการช็อคถึงขนาดพูดไม่ได้ คำให้การของซูฮาจึงไม่น่าเชื่อถือและไม่มีน้ำหนักมากพอ ทุกคนในห้องรวมทั้งผู้พิพากษาฟังแล้วต่างก็เห็นด้วย

จุนกุ๊กหันไปมองซูฮาแล้วเยาะเย้ยในใจว่าทุกคนในห้องนี้ต่างพากันเชื่อตน ผู้พิพากษาซอถามทนายข้างโจทก์ว่า ตอนที่ซูฮาเขียนคำให้การหมออยู่ด้วยไหม ทนายตอบว่าไม่อยู่ แต่หมอบอกว่าสมองของซูฮาปกติดี ซูฮาเขียนข้อความในกระดาษแล้วยกให้ทุกคนดู แต่เหตุเพราะตัวหนังสือเล็กมากผู้พิพากษาซอเลยขอให้พยาบาลที่นั่งด้านข้าง อ่านให้ฟัง สิ่งที่ซูฮาเขียนก็คือ ‘ดูเหมือนว่าไอ้คนหน้าโง่ทั้งหมดในห้องนี้จะอยู่ข้างชั้น…. นั่นคือสิ่งที่คนร้ายคิด’ จุนกุ๊กได้ยินแล้วถึงกับหน้าถอดสี เมื่อเห็นทุกคนทำหน้างง ซูฮาก็เขียนบอกอีกว่าตนอ่านใจคนได้ ทำให้ตัวเขาซึ่งเป็นพยานเพียงคนเดียวหมดความน่าเชื่อถือไปในบัดดล

ผู้พิพากษาซอถามนายข้างโจทก์ว่ามีพยานคนอื่นอีกไหม จุนกุ๊กเริ่มยิ้มออก เขาแอบขอบคุณซูฮาในใจที่ทำให้ตนรอดคุก ทั้งยังบอก (ในใจ) ด้วยว่าคงไม่มีใครกล้ามาเป็นพยานให้ เพราะตนขู่ว่าถ้าใครมาจะฆ่าทิ้ง ซูฮาได้แต่ร้องไห้ด้วยความคับอกคับใจ ทันใดนั้น เฮซองก็โผล่พรวดเผ่านา ปรากฏว่าคุณถูกโดยอนหักหลังจึงต้องให้การในฐานะพยานตามลำพัง  เฮซองชี้ไปที่จุนกุ๊กแล้วบอกว่าเขาใช้ท่อเหล็กฟาดศีรษะพ่อของซูฮาและขู่ให้ตนปิดปาก ผู้พิพากษาซอถามซูฮาว่าเฮซองเห็นเหตุการณ์ใช่ไหม ซูฮารีบพยักหน้า แต่จุนกุ๊กบอกว่าตนไม่เคยพบเฮซองมาก่อน

เรื่องย่อ Emergency Couple ปักเข็มรัก สลักใจเธอ ตอนที่ 7

หลังออกจากงานแต่งงาน จินฮีก็ไปนั่งดื่มเบียร์ต่อกับเพื่อให้นๆ คุณรู้สึกโกรธแค้นชางมินเลยดื่มหนัก เพื่อให้นๆ เห็นดังนั้นจึงพยายามห้ามปรามและเตือนว่าพรุ่งนี้คุณต้องไปทำงาน (ในฐานะอินเทิร์น) เป็นวันแรก  จินฮีบอกว่าที่ผ่านมาคุณต้องพยายามอย่างหนักกว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ ดังนั้น ไม่ว่าจะดื่มหนักขนาดไหนคุณก็ต้องไปทำงานแน่

ขณะออกจากร้านอาหาร แม่ชางมินกล่าวอย่างเป็นปลื้มว่าในที่สุดชางมินก็ทำให้ฝันของตนเป็นจริง คุณบ่นว่าหากชางมินเชื่อฟังคุณตั้งแต่ต้นป่านนี้คงเป็นหมอไปนานแล้ว และโทษว่าเป็นความผิดของจินฮีที่ทำให้ชางมินเสียเวลาไปหลายปี ชางมินไม่อยากได้ยินเรื่องนี้อีกจึงบอกแม่ว่าอย่ารื้อฟื้นเรื่องเก่า ซึ่งแม่ของเขาก็รับปากว่าจะไม่บ่นเรื่องจินฮีอีก

ในที่สุดจินฮีก็เมาปลิ้น พอใช้ยินเพื่อให้นบอกว่าจะพาไปส่งบ้าน จินฮีก็บอกว่าคุณยังไหวและขอดื่มแก้วสุดท้ายก่อนกลับบ้าน หลังจากนั้นจินฮีก็ตะโกนสั่งเครื่องดื่มแรงที่สุดในร้าน จินฮีบ่นกับเพื่อให้นๆ ว่าคุณแต่งงานท่ามกลางเสียงคัดค้านตอนอายุยังน้อย แถมยังหย่าหลังใช้ชีวิตคู่ได้เพียงปีเดียว คนอื่นๆ อาจมองว่าคุณเพี้ยน แต่คุณทนไม่ได้ที่ชางมินเป็นคนหพอดีเองและชอบดูถูกคุณ หากแม่ของเขาร้ายกับคุณเพียงคนเดียวคุณก็จะยอมอดทน แต่นี่ดันร้ายพอกันทั้งแม่ทั้งลูก  คุณจึงรับไม่ไหว

หลังพนักงานนำเหล้าแรงที่สุดในร้านมาเสิร์ฟ จินฮีก็มองเห็นหน้าชางมินลอยอยู่ในแก้วเหล้า แถมเขายังพูดจาดูถูกเรื่องที่คุณนำชุดแต่งงานมาใส่ในวันนี้อีกด้วย (เหตุการณ์ก่อนหน้านี้ตามมาหลอกหลอน) จินฮีแค้นจัดจึงดื่มเหล้ารวดเดียวหมดแก้ว หลังจากนั้นก็หงายหลังตึงและถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลในสภาพหมดสติ และชักทุกๆ 5 นาที

พอใช้ได้รับแจ้งจากหน่วยกู้ชีพว่าจะมีการส่งตัวคนไข้ที่มีอาการชักมาที่ห้องฉุกเฉินภายใน 5 นาที เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลจึงไปแจ้งให้หมอ “กุก ชอนซู” ซึ่งเป็นหัวหน้าแผนกฉุกเฉินทราบ  หมอกุกซึ่งกำลังนอนพักจึงตั้งนาฬิกาปลุกและนอนต่ออีก 5 นาที หลังจินฮีถูกส่งตัวมาที่ห้องฉุกเฉิน หมอกุกก็รีบเข้าไปดูอาการ เขาพยายามใส่ท่อช่วยหายใจแต่จินฮีกลับอาเจียนออกมาทั้งที่หมดสติ หมอกุกมองไม่เห็นฟุตบาทหายใจจึงคิดว่ามีบางสิ่งบางอย่างติดอยู่ในลำคอของจินฮี ในตอนนั้นอาการของจินฮีเริ่มทรุดลงเรื่อยๆ หมออีกคน (รุ่นน้อง) เห็นดังนั้นก็ตื่นตระหนกและคิดที่จะเจาะคอจินฮี แต่หมอกุกบอกให้รอและค่อยๆ คีบเศษเปลือกหอยแมลงภู่ออกจากลำคอจินฮีได้สำเร็จ พอใส่ท่อช่วยหายใจแล้ว อาการของจินฮีก็เริ่มดีขึ้น

เรื่องย่อ สะดุดรักนักเปียโน (Nae Il’s Cantabile) ตอนที่ 3

อาจารย์ “โด คังแจ” เห็นยูจินเล่นเปียโนอย่างกระแทกกระทั้นจึงใช้พัดฟาดหัวยูจินด้วยความไม่พอใจ และถามว่าเมื่อไหร่เขาจะเลิกเล่นเปียโนตามใจชอบ เขาอยากให้ยูจินตั้งมั่นซ้อมตามโน้ตเพลงเพราะอีกไม่นานต้องขึ้นเวทีประชันหรือคอนแชร์โต (concerto) แล้ว พอคิดว่าบนเปียโนมีออร์เคสตร้าสกอร์ (โน้ตเพลงแบบสุดกำลังวาทยากรใช้ในการกำกับวงออร์เคสตราซึ่งจะเป็นโน้ตที่รวมเครื่องดนตรีทั้งหมดไว้ด้วยกัน – นักดนตรีจะใช้โน้ตเพลงที่แยกออกไปเป็นของแต่ละเครื่องมือ) อาจารย์โดจึงถามด้วยความโกรธว่าเขาคิดที่จะเปลี่ยนวิชาเอกจากเปียโนไปเป็นวาทยากร (คอนดักเตอร์) งั้นหรือ

อาจารย์โดสรุปว่านี่คงเป็นสาเหตุที่ทำให้ยูจินไม่สนใจลงแข่งขัน ไม่ตั้งมั่นฝึกซ้อม  และไม่เชื่อสิ่งที่ตนแนะนำ ยูจินแย้งว่าอย่าปรามาสเพลงที่ตนเล่นเพียงเพราะตนตีความเพลงต่างออกไป ตนไม่เคยทำอะไรเล่นๆ เวลาอยู่ตรงหน้าเปียโน เขายังกล่าวอีกว่าการแสดงที่ดีไม่ใช่แค่เล่นตามโน้ตเพลงได้ถูกต้อง และบทเรียนที่อาจารย์โดสอนก็ออกแบบมาเพื่อให้ให้ผู้เรียนชนะการแข่งขันเพียงอย่างเดียว เด็กนักเรียนทุกคนจึงถูกสอนด้วยบทเรียนและวิธีการแบบเดิมๆ ที่อาจารย์โดเคี่ยวเข็ญให้ลูกศิษย์ฝึกซ้อมเพราะอยากให้ลูกศิษย์สร้างชื่อให้กับตน ทั้งหมดที่อาจารย์โดทำก็เพื่อให้ผลประโยชน์ของตนเอง  อาจารย์โดได้ยินดังนั้นจึงไล่ยูจินออกจากห้องและขู่ว่าจะไล่ยูจินออกจากวิทยาลัย แต่ยูจินหาได้แคร์ไม่ ทั้งยังกรอกใบลาออกเองอีกด้วย

ยูจินได้ยินเสียงคนเล่นเปียโนเพลง “Liszt: Liebestraum No. 3” จึงกล่าวชมว่าเป็นการเล่นที่ไม่เลวและเปี่ยมไปด้วยมนต์เสน่ห์ เขานึกสงสัยว่าคนเล่นเป็นใครจึงเดินตามเสียงไปและพบหญิงสาวคนหนึ่งกำลังนั่งเล่นเปียโนอยู่ด้านในห้อง ยูจินจะเดินเข้าไปดูในห้องแต่ถูก “แช โดคยอง” (นักศึกษาเอกขับร้อง – รับบทโดย “คิม ยูมี” มิสโคเรีย ปี 2012) เรียกไว้เสียก่อน โดคยองเห็นใบลาออกในมือยูจินจึงแย่งมาฉีกทิ้งหน้าตาเฉย (ไม่ใช่นัดแรกที่คุณทำอย่างงี้)

ปรากฏว่านักศึกษาที่บรรเลงเปียโนเพลง “Liszt: Liebestraum No. 3” คือ “ซอล เนอิล” ซึ่งเป็นรุ่นน้องของยูจิน คุณเล่นเพลงดังที่กล่าวมาแล้วอย่างเป็นสุขในสไตล์ของตนเองและไม่ดูโน้ต หลังซ้อมเปียโนแล้วคุณก็รีบแจ้นไปทำงานพาร์ทไทม์ที่โรงเรียนอนุบาล โดยทำหน้าที่เล่นเปียโนประกอบการเล่านิทานให้เด็กๆ ฟังอาทิตย์ละหนึ่งครั้ง (เนอิลฝันอยากเป็นครูอนุบาล)

เรื่องย่อ ซูสีไทเฮา หงส์เหนือบัลลังก์ (The Firmament of the Pleiades) ตอนที่ 4

“ชุนเอ๋อร์” เด็กชายหนุ่มยากจนที่อาศัยอยู่ในจิงไห่ (ปัจจุบันเป็นตำบลหนึ่งในเทศบาลนครเทียนจิน) ตัดสินใจใช้มีดสั้นตอนตัวเองเพื่อให้จะได้เข้าวังเป็นขันทีหวังนำเงินมารักษาแม่บุญธรรมที่กำลังป่วยหนัก เมื่อแม่หมอผมขาวประจำตำบลมาพบเข้าจึงช่วยรักษาพยาบาลและทำนายดวงชะตาให้ โดยบอกว่าชะตาชีวิตของชุนเอ๋อร์อยู่ภายใต้อิทธิพลของกลุ่มดาวเหม่าซิ่ว* ในภายภาคหน้าขุมทรัพย์ทั้งหมดของราชวงศ์ชิงจะตกอยู่ในกำมือของเขา

* กลุ่มดาวเหม่าซิ่ว คือ กลุ่มดาวลูกไก่  โหราศาสตร์ไทยเรียกว่า “กลุ่มดาวฤกษ์กฤติกา” หรือ “กลุ่มดาวฤกษ์รูปไก่” มีคุณสมบัติวิเศษยิ่งกว่ากลุ่มดาวฤกษ์อื่นเพราะเป็นเจ้าของ “ภพกะดุมภะของโลก” คือเป็นเจ้าของขุมทรัพยากรทั้งปวงบนพื้นพิภพ – ที่มา คมชัดลึก

หลายปีต่อมา พระนางซูสีไทเฮาและพระราชาธิราชกวังซวี่ทรงจัดงานเลี้ยงให้จอหงวน* คนใหม่ และคนๆ นั้นก็คือ “เหลียงเหวินซิ่ว” หลังถวายสุราให้ฮ่องเต้และ “หยางสี่เจิน” (พระอาจารย์ของฮ่องเต้) แล้ว เหวินซิ่วจะถวายสุราจอกสุดท้ายให้พระนางซูสีไทเฮา แต่พระนางกลับมอบสุราจอกนั้นให้แก่เหวินซิ่วในฐานะที่เขาเป็นจอหงวนอายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ต้าชิง ซึ่งนับเป็นนิมิตหมายอันดีของบ้านเมือง หลังจากนั้น ชุนเอ๋อร์ก็ออกมาแสดงงิ้ว (งิ้วปักกิ่ง) หน้าพระที่นั่ง เมื่อได้เห็นชุนเอ๋อร์ร่ายรำด้วยท่วงท่าที่งดงามและโดดเด่น เหวินซิ่วก็ถึงกับน้ำตาไหลเพราะรู้สึกภาคภูมิใจที่ทั้งชุนเอ๋อร์และตนต่างก็ดิ้นรนจนประสบความสำเร็จ

* จอหงวน คือ คำที่ใช้เรียกคนที่เข้าสอบขุนนาง ‘รอบสุดท้าย’ ได้ที่หนึ่ง

เกร็ดความรู้

การสอบเข้ารับราชการของจีนเรียกว่า “เคอจวี่” ประกอบด้วยการสอบทั้งหมดสามรอบ รอบที่หนึ่ง เป็นการสอบคัดเลือกระดับท้องถิ่น คนที่สอบผ่านรอบนี้จะได้คุณวุฒิ “ซิ่วไฉ” ดังนั้นการสอบรอบนี้จึงเรียกอีกอย่างว่า “การสอบซิ่วไฉ” รอบที่สอง เป็นการสอบคัดเลือกระดับภูมิภาค (มณฑล) ผู้มีสิทธิเข้าสอบระดับนี้ต้องได้คุณวุฒิซิ่วไฉก่อน ผู้สอบผ่านขั้นนี้จะได้คุณวุฒิ “จวี่เหริน”  การสอบรอบนี้จึงเรียกอีกอย่างว่า “การสอบจวี่เหริน” รอบที่สาม เป็นการสอบรอบสุดท้าย ผู้สอบผ่านรอบนี้จะได้รับการขึ้นบัญชีเพื่อให้รอการเรียกบรรจุเข้ารับราชการ และได้คุณวุฒิที่เรียกว่า “จิ้นซื่อ” การสอบรอบนี้จึงเรียกอีกอย่างว่า “การสอบจิ้นซื่อ” ซึ่งจะจัดขึ้นทุกๆ 3 ปี สำหรับคนที่สอบรอบสุดท้ายได้ชั้นหนึ่งจะได้ตำแหน่ง “จ้วงหยวน”  หรือ “จอหงวน” ส่วนชั้นสอง จะได้ตำแหน่ง “ปั๋งเหยี่ยน”  และชั้นสามจะได้ตำแหน่ง “ทั่นฮวา”  – ข้อมูลจาก เฟสบุ๊คประวัติศาสตร์ตามTimeline   / ภาพจาก วิกิพีเดีย

เหวินซิ่วนึกถึงตอนที่พึ่งจะเดินทางมาถึงปักกิ่งพร้อมกับชุนเอ๋อร์และหลิงเอ๋อร์ พลางครุ่นคิดว่า ในตอนนั้นความเจริญก้าวหน้าของกรุงปักกิ่งทำให้เด็กบ้านนอกอย่างตนถึงกับตกตะลึง ต่อมาถึงได้รู้ว่าชะตาชีวิตมนุษย์เรานั้นน่าตกตะลึงยิ่งกว่า… พอนั่งม้าลากเกวียนผ่านพระราชวังต้องห้ามเป็นนัดแรก เหวินซิ่วถึงกับอ้าปากค้างเพราะตกตะลึงในความยิ่งใหญ่อลังการ นึกถึงช่วงเวลานั้นแล้วเหวินซิ่วก็รู้สึกผิดที่เคยบอกชุนเอ๋อร์ด้วยความโง่เขลาว่าฮ่องเต้คือผู้ยิ่งใหญ่และมีอำนาจสูงสุดในแผ่นดิน เขาเองก็คาดไม่ถึงว่าชีวิตของตนกับชุนเอ๋อร์จะเกี่ยวพันกับไทเฮาและฮ่องเต้ ตลอดจนชะตาของบ้านเมือง (จากนี้ไปจะใช้คำว่า “ไทเฮา” แทนพระนางซูสีไทเฮา และใช้คำว่า “ฮ่องเต้” แทนพระราชาธิราชกวังซวี่)

เรื่องย่อ บริษัทวุ่นนักรักไม่จำกัด (Dating Agency; Cyrano)

กำกับ: คัง คยองฮุน 
เขียนบท: ชิน แจวอน 
แนวละคร: โรแมนติก, คอมเมดี้
จำนวนตอน: 16
ออกอากาศ: เกาหลี – 27 พฤษภาคม 2556 – 16 กรกฎาคม 2556 ทางทีวีเอ็นและออนสไตล์ 
                   ไทย – ทุกคืนวันจันทร์-พฤหัสบดี เวลา 02.10 น. ทางช่อง 7 สี ตั้งแต่คืนวันที่ 1 มิถุนายน 2559 – 23 มิถุนายน 2559

ละคร "บริษัทวุ่นนักรักไม่จำกัด (Dating Agency; Cyrano)" ดัดแปลงมาจากภาพยนตร์เกาหลีเรื่อง "Cyrano Agency" ที่เข้าฉายเมื่อปี พ.ศ. 2553 นำแสดงโดย ออม แทวุง, ลี มินจอง, ชเว แดเนียล และ ปาร์ค ชินเฮ ได้รับแรงบันดาลมาจากละครเวทียุคปี ค.ศ.1897 (พ.ศ. 2440) เรื่อง "Cyrano de Bergerac" (ชีราโน่ เดอ แบร์เฌอรัค) ของนักเขียนบทละครและนักกวีชื่อดังชาวฝรั่งเศส "เอ็ดมงด์ โรสตองด์" (Edmond Rostand)

เนื้อหาในละคร "บริษัทวุ่นนักรักไม่จำกัด (Dating Agency; Cyrano)" กล่าวถึงเรื่องราวเกี่ยวกับบริษัทจัดหาคู่ "ชีราโน่ เอเจนซี่" ที่มีวิธีช่วยให้ลูกค้าสมหวังในรักแบบไม่ธรรมดา แต่จะลงทุนจัดฉากสร้างเรื่องราวสุดโรแมนติกและเหตุการณ์อันน่าประทับใจให้เหมาะกับลูกค้าแต่ละราย โดยมีเป้าหมายเพื่อให้หาเงินมาต่อลมหายใจให้กับโรงละครของเพื่อให้นผู้ล่วงลับ

เรื่องย่อ
(จาก ช่อง 7)

เรื่องราวของบริษัทจัดหาคู่ที่เต็มไปด้วยผู้เชี่ยวชาญทางด้านความรัก คอยค้นหาสารพัดเทคนิควิธี ช่วยเหลือคนที่ประสบปัญหาเรื่องความรัก เปลี่ยนพรหมลิขิตให้กับเหล่าคนชายหนุ่มสาว  ทั้งยังยังคอยจับคู่ จัดการความรักให้กับลูกค้าได้อย่างเหมาะสมและพอดี นำแสดงโดย ซูยอง สมาชิกสาวคนสวยแห่งวง Girls' Generation (SNSD) กับบทของ กง มินยอง สาวน้อยแสนโรแมนติก ผู้ทุ่มเทและอุทิศชีวิตอย่างเต็มร้อยให้กับงานจัดหาคู่ คอยช่วยเหลือลูกค้าที่ต้องการความรัก หรือต้องการจะบอกรักกับใครสักคน ให้ได้สมหวังและได้พบรักแท้ แม้บางครั้งจึงควรทำเกินหน้าที่ไปบ้างก็ตาม มินยอง ได้มีโอกาสร่วมงานกับ ซอ ยองฮุน หัวหน้าทีมจัดหาคู่ ผู้เต็มไปด้วยความเฉลียวฉลาดสามารถจัดการความรักของลูกค้าให้ลงเอยได้อย่างสุขสบาย แต่ในอดีตเขาต้องสูญเสียเพื่อให้นรักไปจากอุบัติเหตุ ด้วยความรู้สึกผิดเขาจึงพยายามรักษาโรงภาพยนตร์ของเพื่อให้นเอาไว้ และจัดตั้งบริษัทจัดหาคู่คีราโน่ขึ้นมา

นำแสดงโดยดาราหนังชายหนุ่มใหญ่มากความสามารถอย่าง ลี จงฮยอก ร่วมด้วยลูกทีมชายหนุ่มหน้าใสอีก 2 คน คือ ฮง จงฮยอน กับบทของ มูจุน และ โจ ยูนวู กับบทของ อารัง  ทีมงานหาคู่คุณภาพ แถมด้วยเชฟชายหนุ่มข้างบ้านแสนลึกลับ ชา ซึงเพียว นำแสดงโดย ลี ชอนฮี  ที่เผ่านาสร้างสีสันให้กับบริษัทแห่งนี้อยู่เสมอ

เรื่องราววุ่นๆ ของบริษัทแห่งนี้จะเป็นอย่างไร พวกเขาจะสามารถจัดการกับความรักหลากหลายรูปแบบที่เกิดขึ้นของลูกค้าทุกคนได้ไหม แล้วความรักที่เกิดขึ้นของพวกเขาเองล่่ะ จะจัดการให้พอดีได้อย่างไร ช่อง 7 สี ชวนให้คุณมาติดตามใน ภาพยนตร์ชุดรอบดึก ทุกคืนวันจันทร์-พฤหัสบดี เวลา 02.10 น.

เรื่องย่อ วีรบุรุษตระกูลหยาง (Warriors of the Yang Clan)

กำกับ: เหลียงเต๋อหลง, หลิวเฟิง, หวังหมิง
เขียนบท: จูลี่, เริ่นซา, หร่วนเสี่ยวน่า
แนวละคร: อิงตำนาน, อิงบันทึกประวัติศาสตร์, โรแมนติก
จำนวนตอน: 33 (จีน) / 35 (สิงคโปร์) / 38 (ไต้หวัน)
ออกอากาศ: จีน – 14 ธันวาคม 2547
                ไทย – ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 19.15 – 20.45 น. ทางช่อง 3 แฟมิลี่ ตั้งแต่วันที่ 31 กรกฎาคม 2559 – 20 พฤศจิกายน 2559 (ออกอากาศนัดแรก 4 กันยายน 2551 – 20 พฤศจิกายน 2551 ทางไทยทีวีสีช่อง 3)

เรื่องย่อ 
ซีหยวน 960 ภายหลังที่จ้าวควงอิ้นปฐมกษัตริย์ต้าซ่งเถลิงราชสมบัติแล้ว หยางเย่แม่ทัพใหญ่ของเป่ยฮั่นด้วยไม่พอใจหลิวฉงผู้ปกครองเป่ยฮั่น ดังนั้นจึงพาลูกเมียและกำลังทหารมาสวามิภักดิ์ต้าซ่ง หยางเย่ต้องการทดแทนพระมหากรุณาธิคุณไท่จงฮ่องเต้ ดังนั้นจึงนำทัพตระกูลหยางเดินทางยึดแดนต่างๆ ทำให้บ้านเมืองเป็นปึกแผ่นมั่นคง ด้วยคุณความดีความชอบ ไท่จงฮ่องเต้จึงทรงสถาปนาหยางเย่เป็นแม่ทัพใหญ่องครักษ์ข้างขวา ทั้งยังพระราชทานจวนเทียนปอเป็นที่พักอาศัยอีกด้วย ทำให้ชื่อเสียงสกุลหยางเลื่องลือไปทั่วทั้งแผ่นดิน ความดีเลิศความชอบของหยางเย่เป็นที่อิจฉาของขุนนางน้อยใหญ่ทั้งราชสำนัก ในเวลาเดียวกัน สกุลหยางก็เปลี่ยนเป็นเสี้ยนหนามสำคัญของแคว้นเหลียว ทำให้แคว้นเหลียวคิดกำจัดสกุลหยางเพื่อให้ไม่ให้เป็นเสี้ยนหนามต่อไป 

ซื่อหลางเคยช่วยชีวิตลิ่วหลางไว้เมื่อครั้งที่ยังเป็นเด็กจึงทำให้ได้รับบาดเจ็บ ด้วยเหตุนี้หยางเย่จึงให้ซื่อหลางทำงานด้านหนังสือในทัพ แม้ว่าซื่อหลางไม่อาสา แต่ก็ไม่สามารถขัดคำสั่งหยางเย่ วันหนึ่ง ซื่อหลาง,ซันหลาง,ลิ่วหลางและชีหลางได้ฟังจากฉูฉู่ว่าพานเป้าก่อเรื่องขึ้นที่ตลาด สี่พี่น้องก็พากันไปที่ตลาดทันที พานเป้าไม่เพียงวางเขื่อง ทั้งยังเกี้ยวพาราสีฉูฉู่อีกด้วย ทำให้ 4 พี่น้องสกุลหยางพากันสั่งสอนพานเป้า ทันใดนั้น หยางเย่ก็มาถึง หยางเย่ตำหนิสี่พี่น้องที่ก่อเรื่องก่อราวขึ้น จากนั้นก็พาสี่พี่น้อง กลับบ้าน ภายหลังที่เสอไซ่ฮัวรับรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นและคิดที่จะแก้ตัวให้ลูกๆ แต่กลับถูกหยางเย่ตำหนิไปด้วยอีกคน 

พานเป้าไปหาพานหยี่เยียนผู้เป็นน้องสาว แต่นางกลับไม่อยู่ ที่แท้พานหยี่เยียนแต่งกายเป็นชายออกไปจับโจรสวาท หยี่เยียนตามล่าโจรสวาทเข้าไปในค่ายสกุลหยาง ซื่อหลางเห็นหยี่เยียนเผ่านาในค่ายจึงทำให้ซื่อหลางเข้าใจผิดคิดว่าหยี่เยียนเป็นคนร้าย ด้วยเหตุนี้จึงเกิดการต่อสู้กันขึ้น หยกที่ซื่อหลางพกติดตัวถูกหยี่เยียนฉวยไปได้ ต่อมา ซื่อหลางใช้สิ่งของที่ตนคิดค้นขึ้นช่วยหยี่เยียนจับโจรสวาท

เรื่องย่อ บุรุษ 2 คม (Black Heart White Soul)

กำกับ: หวังเหว่ยเหริน, เหลยรุ่ยหลิน, หวงหรู่เล่อ, เฉินเสี่ยวหลิง
เขียนบท: เหลยซิ่วเหลียน, พานข่ายเอิน, หลี่ว์เจิ้งชิง, สวี่เจียอวี๋, หวงจื่อซิน, จวงอี้เหวิน, เฉิงจื้อเฉียง, ชวีเจียฮุ่ย
แนวละคร: สืบสวนสอบปากคำ, ลึกลับ, ระทึกขวัญ
จำนวนตอน: 30
ออกอากาศ: ฮ่องกง – 14 กรกฎาคม 2557 – 22 สิงหาคม 2557 ทางทีวีบี
                    ไทย – ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 16.30 น.ทางช่อง 3 แฟมิลี่ (ช่อง 13) เริ่มวันที่ 8 ธันวาคม 2559

เรื่องย่อ

ด้วยคดีปล้นคดีหนึ่ง ทำให้ "เกาเจ๋อสิง" ทนายความซึ่งที่นั่งรถเข็นว่าความ รวมทั้งนางงามฮ่องกง "ถานเหม่ยเจิน" และตำรวจข้างสืบสวน "จางลี่ซวิน" จากเดิมที่ไม่รู้จักกัน แต่ดวงชะตาทำให้คนทั้งสามต้องเผ่านาเกี่ยวพันกัน เหม่ยเจินซึ่งมีเพื่อให้นชายเป็นมาเฟียทำให้คุณเดือดร้อนต้องได้รับโทษฐานสมรู้ร่วมคิดการปล้นไปด้วย เจ๋อสิงเป็นทนายความว่าความให้เหม่ยเจิน ถึงแม้ไม่สามารถทำให้เหม่ยเจินพ้นผิด แต่ทั้งสองก็ปลูกต้นรักจนแปลงเป็นคนรักกันในที่สุด

เจ๋อสิงเข้าไปเยี่ยมเยียนเหม่ยเจินในห้องขัง ให้กำลังใจคุณเริ่มชีวิตใหม่ ลี่ซวินสืบคดีในอดีตที่ตนยิงปืนพลาดจนเป็นเหตุให้เจ๋อสิงประชาชนคนหนึ่งพลอยได้รับเคราห์ไปด้วย เจ๋อสิงไม่เพียงไม่ผูกใจเจ็บทั้งยังเป็นเพื่อให้นที่ดีกับลี่ซวินด้วย ภายหลังที่เจ๋อสิงประสบอุบัติเหตุก็ถูกเครือญาติพี่น้องทอดทิ้ง เพื่อให้ชีวิตและความอยู่รอดเจ๋อสิงต้องมุมานะพยายามมากกว่าคนธรรมดาหลายเท่า ในที่สุดก็ทำให้เจ๋อสิงเป็นทนายความที่มีชื่อ

"หม่าฉี่เยวี๋ยน" นักธุรกิจและ "ตู้อี่เกิง" ว่าจ้างเจ๋อสิงทำคดี เจ๋อสิงก็ใช้วิธีการที่แปลกแปลกจนสามารถทำให้ชนะคดีได้ทำให้ลูกความพ้นผิด ยิ่งเจ๋อสิงประสบความสำเร็จ ลี่ซวินก็ยิ่งจ้องจับผิดเจ๋อสิง ซึ่งรวมเหม่ยเจินด้วย บุคคลพวกนี้เช่นเดียวกันกับถูกมัดรวมกัน รุมเร้ากันไม่จบสิ้น ยากจะถอนตัวจากกัน…

* ข้อมูลจาก ช่อง 3 / ภาพจากทีวีบี (ดูอัลบั้มภาพได้ ที่นี่)

ดาราหนังนำ

กัวจิ้นอัน (Roger Kwok)
รับบท เกาเจ๋อสิง (แมท)
(ดาราหนัง / นักร้อง ชาวฮ่องกง)

เถียนหรุ่ยนี (Kristal Tin)
รับบท ถานเหม่ยเจิน (เมย์)
(ผู้แสดง / นักร้อง ชาวฮ่องกง)

อู๋จัวซี  (Ron Ng)
รับบท จางลี่ซวิน (ฟันนี่)
(ดารา / นักร้อง ชาวฮ่องกง)

ซางเทียนเอ๋อ (Kiki Sheung)
รับบท เสี่ยนฮุ่ยอิง (มาดามซิน)
(ดาราหนัง ชาวฮ่องกง)

หลี่จื่อสยง (Waise Lee)
รับบท ตู้อี่เกิง (เฮนรี่)
(ผู้แสดง ชาวฮ่องกง)

จางจี้ชง (Louis Cheung)
รับบท หม่าฉี่เยวี๋ยน (มาร์โก)
(ดาราหนัง / นักร้อง / นักแต่งเพลง ชาวฮ่องกง)

เฉินจื้อเซิน (Jason Chan)
รับบท เวิงจื่อชง (อัลวิส)
(ผู้แสดง ชาวฮ่องกง)

หลี่ปี้ฉี (Becky Lee)
รับบท จ้าวหมิ่นฮุย (เดนิส)
(ดาราหนัง ชาวฮ่องกง)

หลี่ย่าหนาน (Leanne Li)
รับบท ซือเจียลี่ (สการ์เล็ต)
(ผู้แสดง / ผู้ดำเนินรายการทีวี ชาวฮ่องกง)

เสี่ยวเป่า (May Chan)
รับบท หลิวเหมี่ยว
(ดาราฮ่องกง เกิดที่เมืองจีน)

หลิวซือชี (Lisa Lau)
รับบท ตู้ชั่วจือ (จิลเลี่ยน)
 (ผู้แสดง ชาวฮ่องกง)

เรื่องย่อ ก็อบลิน คำสาปรักผู้พิทักษ์วิญญาณ (Guardian: The Lonely and Great God) ตอนที่ 14

อึนทักนำเค้กวันเกิดไปนั่งฉลองริมชายฝั่งตามลำพัง คุณทอดถอนใจพลางนำผ้าพันคอของแม่มาสวมด้วยสีหน้าเศร้าหมอง ในเวลาเดียวกันนั้นชินก็กำลังนั่งครุ่นคิดอยู่ในทุ่งดอกไม้ท่ามกลางแสงแดดเจิดจ้า เขานึกถึงตอนที่พูดคุยกันกับประธานยูก่อนหน้านี้ ในตอนนั้นประธานยูถามว่าคราวนี้จะไปคนเดียวอีกแล้วหรือ ชินถอนใจพลางตอบว่าคงเป็นเช่นนั้นเพราะยังไม่มีผู้หญิงคนใดมองเห็นดาบสักคน  ประธานยูยอมรับว่าตนฟังแล้วรู้สึกโล่งอกและบอกว่ามันคือความโลภของมนุษย์ เวลาที่ชินต้องทนทุกข์ทรมานเพราะดาบ เขาอยากให้เจ้าสาวปรากฏตัวไวๆ แต่พอมองว่าชินสบายดีเขากลับไม่อยากให้มีใครรู้เรื่องดาบนั่น ชินกล่าวอย่างแฮปปี้ว่าตนรู้สึกโล่งใจเช่นกันที่ยังมีประธานยูอยู่ใกล้เคียง แถมยังมีเหล้าให้ดื่ม อย่างน้อยคืนนี้ตนก็ยังอยากมีชีวิตอยู่ต่อไป หลังจากนั้นทั้งคู่ก็ชนแก้วฉลองการมีชีวิตอยู่ของชิน หลังนึกถึงเรื่องราวดังที่กล่าวผ่านมาแล้วแล้วชินก็เดินครุ่นคิดไปมาโดยถือดอกไม้มือช่อหนึ่ง

อึนทักจุดเทียนบนเค้กวันเกิดเป็นนัดแรกในรอบ 10 ปี จากนั้นก็บอกพระเจ้าว่าตอนอายุ 9 ขวบคุณเคยลั่นวาจาเอาไว้ว่าจะไม่จุดเทียนขอพรวันเกิดอีก แต่ตอนนี้คุณกำลังเข้าตาจนและมีความจำเป็นเร่งด่วนจึงขอให้พระองค์เห็นอกเห็นใจ พูดจบคุณก็หลับตาแล้วตั้งจิตอธิษฐานขอพรสามข้อ โดยขอให้ได้งานพาร์ทไทม์  ขอให้พระเจ้าช่วยสั่งสอนน้าและครอบครัว และขอให้คุณมีแฟน ปรากฏว่าชินได้ยินคำอธิษฐานของอึนทัก หลังอธิษฐานแล้วอึนทักยังคงอ้อนวอนให้พระเจ้าช่วยเห็นอกเห็นใจคุณ โดยบอกว่าคุณอยากหลุดพ้นจากเรื่องราวร้ายๆ และมีชีวิตที่ดีขึ้น อย่างน้อยๆ ช่วยใส่เงิน 100 วอน (ประมาณ 3 บาท) ในกระเป๋าให้ตนก็ยังดี ครั้นพอลืมตาอึนทักก็ตำหนิตัวเอง และบ่นว่าจะอธิษฐานขอใครไปทำไมในเมื่อพระเจ้าไม่มีอยู่จริง

อึนทักแหงนหน้ามองฟ้าแล้วรีบเป่าเทียน (ขณะเดียวกันก็มีควันออกมาจากมือชิน) เมื่อฝนเริ่มลงเม็ดอึนทักก็ร่ำไห้พลางแหงนหน้าตะโกนใส่ท้องฟ้าว่าคงไม่เทฝนลงมาซ้ำเติมคุณอีกใช่ไหม คุณกล่าวว่านี่ไม่ใช่หน้าฝนสักหน่อย ตกแล้วจะหยุดเร็วไหม ทำไมต้องทำให้ฝนตกทั้งที่คุณไม่มีร่มเป็นของตนด้วย ทันใดนั้นก็มีเสียงผู้ชายร้องถามว่า "คุณใช่ไหม" อึนทักหยุดร้องทันควันและหันไปมองด้วยความสะดุ้ง เมื่อเห็นชินถือดอกไม้มายืนอยู่ตรงหน้าคุณก็หันไปมองรอบๆ แล้วถามว่าเขาพูดกับตนหรือ ชินถามว่าคุณคือคนที่เรียกตนมาใช่ไหม อึนทักปฏิเสธว่าตนไม่ได้เรียก แต่ชินแน่ใจว่าอึนทักเป็นคนเรียกตนมาจึงถามด้วยความแปลกใจว่าคุณทำได้อย่างไร เมื่ออึนทักการันตีว่าตนไม่ได้เรียก เขาจึงบอกให้คุณลองนึกดูให้ดี

อึนทักกล่าวว่าคุณแค่มองเห็นเขาแต่ไม่ได้เรียกให้เขามาหา และชี้ว่าเป็นเพราะก่อนหน้านี้คุณเคยสบตาเขาโดยบังเอิญตอนที่เดินอยู่บนถนน ชินสงสัยว่าคุณหมายความว่าอย่างไรที่บอกว่า 'มองเห็นตน' อึนทักจึงชี้ชัดว่าเขาเป็นผี ส่วนคุณมองเห็นผี ชินปฏิเสธว่าตนไม่ใช่ผีแต่อึนทักไม่เชื่อ ชินจึงถามกลับว่าแล้วคุณเป็นใคร ทำไมถึงมองไม่เห็นสิ่งที่ควรเห็นอย่างเช่นเรื่องอนาคตของตน อึนทักสวนกลับว่าตนคงไม่มีอนาคต จากนั้นก็วกมาที่เรื่องของชิน คุณแนะนำให้เขาไปที่ชอบๆ แทนที่จะมัวเป็นผีเร่ร่อน และสงสัยว่าเขาถือดอกไม้มาด้วยทำไม ชินถามกลับว่าไล่ตนแล้วจะมัวถามอีกทำไม อึนทักจึงตัดบทว่า "ถ้างั้นก็เชิญ" ชินบอกคุณว่านี่คือดอกบัควีท (เมล็ดของบัควีทสามารถนำมาทำเป็นอาหาร เช่น กินเหมือนข้าว โม่เป็นแป้งแล้วนำมาทำเส้นโซบะหรือทำขนม ทั้งยังสามารถนำเมล็ดมาทำเป็นเครื่องดื่มทั้งที่มีและไม่มีแอลกอฮอล์ได้อีกด้วย) อึนทักแย้งว่าเขาตอบไม่ตรงคำถาม จากนั้นก็แบมือขอดอกไม้โดยบอกว่ามันไม่เหมาะกับเขา