ณ โรงฝึกเฉวียนเซิ่ง เซี่ยงหนานยังคงนั่งดื่มเหล้าและเบียร์ด้วยหัวใจที่บอบช้ำหลังได้ชมการถ่ายทอดสด ปรากฏว่าในตอนนั้นเหล่าผู้ปกครองต่างพากันมาตามลูกของตนกลับบ้าน เพราะไม่ต้องการให้มาเป็นศิษย์ของโรงฝึกเฉวียนเซิ่ง (ซึ่งเซี่ยงหนานเคยเป็นผู้ฝึกสอน และยังคงอาศัยอยู่ที่นี่) แต่เด็กๆ อยากเรียนหยวนอู่เต้าเลยพากันร้องระงม เซี่ยงหนานเห็นดังนั้นเลยเดินออกมาดู เมื่อเด็กๆ เห็นเซี่ยงหนานก็พากันขว้างปาก้อนหินใส่ด้วยความโกรธแค้น ไป๋เฉ่ามาเห็นเข้าพอดีจึงรีบห้ามปราม เด็กๆ แย้งว่าเซี่ยงหนานทำให้ถิงฮ่าวอดเป็นแชมป์ จากนั้นก็พากันขว้างปาก้อนหินต่อ ไป๋เฉ่าเลยรีบเอาตัวบังหินให้อาจารย์ หลังทำกระจกแตกและข้าวของเสียหายแล้ว เด็กๆ จึงรีบแยกย้ายกลับบ้าน

ไป๋เฉ่ารีบสำรวจร่างกายอาจารย์ด้วยความเป็นห่วงและปลอบว่าอย่าไปฟังเรื่องเหลวไหลไร้สาระ เพราะสิ่งที่เกิดกับถิงฮ่าวไม่เกี่ยวกับอาจารย์เลยสักนิด คุณช่วยเก็บเศษกระจกที่แตกกระจายเกลื่อนพื้นก่อนลงมือทำอาหารบำรุงสุขภาพให้อาจารย์ทานทั้งที่ทำกับข้าวไม่เป็น  เซี่ยงหนานเห็นกับข้าวความสามารถไป๋เฉ่าแล้วถึงกับอึ้ง เมื่อลองชิมดูแล้วยิ่งพูดไม่ออกเพราะรสชาติเค็มปี๋จนต้องคายทิ้ง เมื่อถึงเวลากลางคืนไป๋เฉ่านำขวดพลาสติกมาซ้อมเตะและบริหารร่างกายด้วยการยืดเหยียดกล้ามเนื้อตามลำพัง (กับตุ๊กตาตัวโปรดชื่อ "เสี่ยวเฉ่า") ตลอดหลายปีที่ผ่านมาไป๋เฉ่าไม่เคยร่วมการฝึกซ้อมกับทางโรงฝึกในฐานะศิษย์ (แต่เซี่ยงหนานเคยสอนให้คุณเป็นการส่วนตัวก่อนเกิดเหตุ ซึ่งตอนนั้นคุณยังเด็ก) คุณจึงได้แต่เตรียมความพร้อมให้ร่างกายเพื่อให้รอโอกาสที่จะได้ฝึกฝน โดยหวังว่าสักวันจะเป็นยอดนักกีฬาหยวนอู่เต้าเหมือนอาจารย์

ณ โรงฝึกเฉวียนเซิ่ง ศิษย์สาวสามคนฟ้องครูฝึก "เจิ้งเยวียนไห่" ว่ามีเด็กใหม่ถูกพ่อแม่ลากตัวกลับบ้านเพราะเซี่ยงหนานอีกห้าคนแล้ว พวกคุณรู้สึกเป็นกังวลใจเพราะการแข่งขันระหว่างโรงฝึกกำลังจะเริ่มขึ้นในไม่ช้า แต่พวกตนยังมีคนไม่มากพอแม้กระทั่งทำทีมเชียร์ด้วยซ้ำ อาจารย์เจิ้งกล่าวอย่างไม่แยแสว่าเด็กพวกนั้นความสามารถแค่พอไปวัดไปวา ศิษย์คนหนึ่งยุให้อาจารย์เจิ้งไล่เซี่ยงหนานออกจากโรงฝึกโดยบอกว่าเขาเป็นแค่ยามเฝ้าประตู (ที่พักของเขาอยู่รอบๆประตูใหญ่) แต่กลับทำให้พวกตนไม่อาจเดินเชิดหน้าได้อย่างมีเกียรติและศักดิ์ศรี ศิษย์อีกคนโวยว่าเวลาไปโรงเรียนพวกตนรู้สึกอับอายขายหน้าศิษย์ของโรงฝึกอื่น ซ้ำยังโดนเยาะเย้ยถากถางเป็นประจำ  อาจารย์เจิ้งจึงกล่าวว่าอย่าหาข้ออ้างมาแก้ตัวและอย่าดีแต่โทษคนอื่น เพราะถ้าหากสามสาวมีความสามารถจริง เวลาคนอื่นกล่าวถึงโรงฝึกเฉวียนเซิ่งคงเอ๋ยถึงพวกคุณแทนที่จะเอ่ยถึงเซี่ยงหนาน

เมื่อถูกลูกศิษย์ตัดพ้อ อาจารย์เจิ้งจึงกล่าวว่าเซี่ยงหนานเป็นศิษย์พี่ตน ตนจึงไม่อาจลบหลู่เขา ศิษย์คนหนึ่งชักเริ่มเห็นด้วย คุณกล่าวว่าอาจารย์เจิ้งเป็นคนจิตใจดี และการเลี้ยงคนเพิ่มอีกปากไม่ถึงกับทำให้โรงฝึกของพวกตนล่มจม ศิษย์ที่เหลือแย้งว่าไม่ใช่แค่ปากเดียวแต่ยังมีลูกศิษย์ของเซี่ยงหนานอย่างไป๋เฉ่ากับบุตรสาวของเขาด้วย กวงหย่าซึ่งกำลังฝึกซ้อมอยู่ได้ยินดังนั้นก็ทำหน้าเศร้า ครั้นได้ยินหนึ่งในสามสาวแก้ตัวแทนว่าคุณตัดขาดจากเซี่ยงหนานแล้วและอยู่ในความดูแลของอาจารย์เจิ้ง กวงหย่าก็รู้สึกดีขึ้น